โก โฮลเซลล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึกกำลังซัพพลายเออร์-เกษตรกร ลด Food Waste เปลี่ยนเศษผักเป็นปุ๋ยอินทรีย์ หมุนเวียนทรัพยากรกลับสู่ภาคเกษตร ช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี - มติชนอคาเดมี

Published on 28 ส.ค. 2026

สิ่งที่เห็นและทำให้เกิดการต่อยอดคือ เศษผักจำนวนมากที่เหลือทิ้งจากขั้นตอนการตัดแต่งและบรรจุ ทั้งส่วนที่ไม่สมบูรณ์ เช่น โคน ใบเหลือง ใบช้ำ ส่วนที่มีตำหนิ ส่วนเกินที่ไม่ตรงตามมาตรฐานการจำหน่าย ซึ่งโดยปกติแล้ว ทีมจัดซื้อของ โก โฮลเซลล์ จะให้คำแนะนำกับเกษตรกร ที่แปลงผักถึงการเก็บผลผลิตให้สูญเสียน้อยที่สุด เมื่อมาถึงโรงคัด ตัดแต่ง ก็จะให้ความรู้กับซัพพลายเออร์ ถึงมาตรฐานความต้องการของลูกค้าผู้ประกอบการที่ไม่ต้องตัดแต่งให้มากเท่ากับการขายปลีก แต่ทั้งนี้ก็ยังมีเศษผักหลงเหลืออยู่ จนนำมาซึ่งการคิดพัฒนาต่อยอด เพื่อหมุนเวียนกลับไปให้เกษตรกรปลูกผัก เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีให้มากที่สุด

นายปวิช ถวัลย์ศักดิวุฒิ Project Manager ฝ่ายพัฒนาโครงการ บริษัท เอเชียคูซีน่า จำกัด กล่าวว่า “ผักทุกล็อตที่เกษตรกรนำมาส่งจะผ่านการทำความสะอาด คัด และตัดแต่งก่อนเข้าสู่กระบวนการบรรจุ ที่จะตัดแต่งกาบใบชั้นนอก ใบเหลือง ใบช้ำ หรือส่วนที่มีตำหนิ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับผักที่สะอาด สด และมีมาตรฐานเดียวกัน ขณะที่เศษผักที่เหลือจากกระบวนการ เรามองว่า น่าจะนำมาต่อยอดเป็นวัสดุอินทรีย์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้”

“เราจึงร่วมกันพัฒนาโครงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเศษผัก โดยทุกวันจะรวบรวมเศษผักเข้าสู่กระบวนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ แทนการนำไปฝังกลบ ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมหมุนเวียนทรัพยากรกลับคืนสู่ภาคการเกษตร การแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ยังช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และเป็นอีกทางเลือกในการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกร ซึ่งยังคงมีต้นทุนอยู่ในระดับสูง”

ปัจจุบัน บริษัทฯ นี้มีเศษผักจากกระบวนการคัดและตัดแต่งเฉลี่ยวันละประมาณ 400–500 กิโลกรัม ซึ่งจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการทำปุ๋ยอินทรีย์ทั้งหมด จากเดิมที่ต้องทิ้งเป็นขยะฝังกลบ ก็นำกลับมาใช้ประโยชน์ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปริมาณเศษผักที่ต้องนำไปกำจัดด้วยการฝังกลบ

ที่สำคัญ การนำเศษผักกลับเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์อีกครั้ง ยังส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยของเกษตรกร เพราะช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี และเป็นอีกทางเลือกในการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรไทย สะท้อนการหมุนเวียนทรัพยากรกลับคืนสู่ระบบการผลิตตามแนวคิด Circular Economy อย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การลด Food Waste ไม่ได้อาศัยการจัดการของเสียเพียงปลายทาง แต่ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทางของห่วงโซ่อุปทาน ผ่านความร่วมมือของธุรกิจค้าส่งอย่าง โก โฮลเซลล์ ซัพพลายเออร์ และเกษตรกร เพื่อให้ทรัพยากรทุกส่วนถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด

สำหรับ โก โฮลเซลล์ บทบาทการเป็นศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งมอบผักและผลไม้คุณภาพให้แก่ผู้ประกอบการ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนซัพพลายเออร์และเกษตรกรในการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานร่วมกันที่ยั่งยืน ในการลดการสูญเสียและของเสียจากอาหาร (Food Loss and Waste) ผ่านการเปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า และต่อยอดสู่การสร้างประโยชน์ให้ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและภาคการเกษตรไทย