รัฐบาล เดินหน้ายกระดับไทยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง เสนอจัดตั้งสำนักงาน GMSTO ในไทย เชื่อมความร่วมมือ 6 ประเทศ ขยายโอกาสท่องเที่ยว และการลงทุนในภูมิภาค
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันบทบาทประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างความตกลงการจัดตั้งสำนักงานการท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion Tourism Office: GMSTO) ให้มีสถานะเป็นองค์การระหว่างรัฐบาล และมีสำนักงานถาวรตั้งอยู่ในประเทศไทย ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอ
ทั้งนี้ เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่าง 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และจีน พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
*ความสำคัญของสำนักงาน GMSTO
สำนักงาน GMSTO จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการวางแผน ประสานงาน และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวร่วมกัน ทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว การส่งเสริมการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดน ตลอดจนการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
สำหรับสำนักงานดังกล่าว เดิมจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2548 ในชื่อ สำนักงานประสานความร่วมมือการท่องเที่ยวลุ่มแม่น้ำโขง (Mekong Tourism Coordinating Office: MTCO) โดยมีที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย แต่ยังไม่มีสถานะทางกฎหมายในประเทศ ดังนั้น การจัดทำความตกลงครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายยกระดับให้เป็นสำนักงานถาวรที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลระหว่างประเทศ สามารถดำเนินงานและบริหารจัดการความร่วมมือได้อย่างเป็นระบบ โดยมีที่ตั้ง ณ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
*ความคืบหน้าการลงนาม และงบประมาณ
ร่างความตกลงได้รับความเห็นชอบในระดับประเทศสมาชิกแล้ว โดยลาว เมียนมา เวียดนาม และจีน ได้ลงนามในความตกลงดังกล่าวเรียบร้อย
สำหรับประเทศไทย อยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการภายในประเทศ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอให้ครม. เห็นชอบร่างความตกลง พร้อมอนุมัติให้ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา หรือผู้ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนาม เพื่อให้สามารถรายงานความคืบหน้าในการประชุมระดับรัฐมนตรีของแผนงานความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในเดือนพ.ย. 69
ร่างความตกลงกำหนดให้ประเทศสมาชิกสนับสนุนเงินสมทบประจำปี ประเทศละ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยประเทศไทยจะใช้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรไว้แล้ว พร้อมกำหนดโครงสร้างการบริหารและระบบตรวจสอบบัญชี เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
เมื่อประเทศสมาชิกลงนามครบทั้ง 6 ประเทศแล้ว จะมีการจัดทำความตกลงประเทศเจ้าบ้าน (Host Country Agreement) เพื่อกำหนดรายละเอียดด้านสิทธิประโยชน์ และการดำเนินงานตามกฎหมายไทย โดยจะเสนอครม. พิจารณาอีกครั้ง
การผลักดันให้ประเทศไทยเป็นที่ตั้งสำนักงานการท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จะช่วยยกระดับบทบาทไทยในฐานะศูนย์กลางความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และสนับสนุนการลงทุนในภาคการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลมุ่งใช้ความร่วมมือระดับภูมิภาคเป็นกลไกสร้างรายได้และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน น.ส.ลลิดา กล่าว
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์