KAsset จับมือ Lombard Odier เจาะลึกโอกาสลงทุนสีเขียวรับการเติบโต...

Published on 14 ก.ย. 2026

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTokInstagramLine 

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) ร่วมกับลอมบาร์ด โอเดียร์ (Lombard Odier) สถาบันการเงินระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ จัดงานสัมมนา “Powering Intelligence: Green Investing in the Age of AI” เพื่อเปิดมุมมองการลงทุนอย่างยั่งยืนในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์กำลังเร่งการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก 

ภายในงานมีผู้เชี่ยวชาญจาก Lombard Odier และ S&P Global Sustainable1 ร่วมถ่ายทอดมุมมองด้านการลงทุนในช่วงเปลี่ยนผ่านและการใช้ข้อมูลความยั่งยืนประกอบการตัดสินใจลงทุน พร้อมด้วยผู้บริหารจาก AIS, GULF และ WHA ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Fueling the Future: Can the AI Boom Be Green?” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการเติบโตของ AI ความต้องการพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนแนวทางที่ภาคธุรกิจสามารถขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 

โลกการลงทุนอย่างยั่งยืนในยุค AI

คุณ Sannya Joseph, CFA, Head of APAC Sustainability Specialists at S&P Global Sustainable ได้สรุปใจความสำคัญถึงการลงทุนด้าน AI และความยั่งยืน

  • การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI, Data Center และความต้องการพลังงาน

ความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ทั่วโลกมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าภายในปี 2030 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI และการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของกำลังไฟฟ้าที่ตัวประมวลผลต้องใช้ ทั้งนี้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย กำลังกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของการขยายตัวด้าน Data Center และการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับข้อมูล

  • ความท้าทายด้านพลังงานและ Net Zero

พลังงานสะอาดจะคิดเป็น 96% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกภายในปี 2050

แม้ว่า Hyperscalers มีเป้าหมายที่จะใช้พลังงานสะอาดเป็นหลัก แต่ความท้าทายสำคัญคือการทำให้พลังงานสะอาดสามารถจ่ายไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน มีต้นทุนที่เหมาะสม และรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero 

  • การวางแผนรับมือความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ

ความเสี่ยงทางกายภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจสร้างผลกระทบทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI

ดังนั้น การวางแผนเพื่อปรับตัวและรับมือกับความเสี่ยงจึงมีความสำคัญ เช่น การป้องกันน้ำท่วมในอาคาร และการเก็บกักน้ำฝน เพื่อช่วยลดความเสียหายและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ภาพรวมของ Data Center และ AI ในไทย

Data Center ถูกวางตำแหน่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อน Digital Economy และ AI เพื่อพาประเทศไทยไปสู่ New Economy สะท้อนได้ชัดจาก WHA ที่เผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ยอดขายที่ดินกว่า 35% มาจากกลุ่มลูกค้า Data Center ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงมาก สะท้อนถึงความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ GULF เดินหน้าขยายฐานธุรกิจสู่ Data Center โดยตรง เพื่อผสานความเชี่ยวชาญด้านพลังงานเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่วน AIS ในฐานะผู้ให้บริการโครงข่าย มองว่าการเข้ามาของ AI ถือเป็นทั้งโอกาสและสิ่งที่ต้องเร่งเตรียมความพร้อม โดยหนึ่งในตัวอย่างคือการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในงานบริการลูกค้า เช่น Call Center

ความยั่งยืนและแนวทางในอนาคต

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มธุรกิจ Data Center กำลังสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของไทย โดยมีปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงคือ การเติบโตทางเทคโนโลยีควบคู่ไปกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

อย่างการจัดหาพลังงานสะอาด 100% ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสามารถทำได้ในเชิงเทคนิค เช่น การใช้โซลาร์เซลล์ร่วมกับระบบแบตเตอร์รี่ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และที่สำคัญคือ การสนับสนุนและนโยบายจากรัฐบาล ทั้งเรื่องความชัดเจนของกลไกการซื้อขายพลังงานสะอาด ตลอดจนการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐเพื่อลดความซ้ำซ้อนในการขอใบอนุญาต ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง Data Center ของภูมิภาคได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

#WealthMeUp