
Kia EV4 GT คือเวอร์ชันสมรรถนะสูงของรถไฟฟ้า Kia EV4 ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความสปอร์ตให้กับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้อย่างเต็มที่ ทั้งการเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าที่เพลาหลัง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลังสูงสุด 288 แรงม้า รวมถึงช่วงล่างและระบบควบคุมต่าง ๆ ที่ถูกปรับแต่งให้รองรับการขับขี่แบบสปอร์ตมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ Kia EV4 GT สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นรถ Hot Hatch ได้เต็มปากหรือไม่?
จากการทดสอบของ Top Gear พบว่า EV4 GT เป็นรถที่ขับสนุก เกาะถนนดี และมีลูกเล่นในการขับขี่ที่น่าสนใจ แต่สมรรถนะโดยรวมอาจยังไม่ถึงระดับรถ Hot Hatch อย่างที่หลายคนคาดหวัง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากราคาที่สูงเกือบ 50,000 ปอนด์

Kia EV4 GT ถูกพัฒนาต่อยอดจาก EV4 รุ่นมาตรฐาน โดยเพิ่มอุปกรณ์และระบบที่เน้นสมรรถนะมากขึ้น

จุดเด่นสำคัญคือการติดตั้ง มอเตอร์ไฟฟ้าที่เพลาหลัง ทำให้ EV4 GT กลายเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมกำลังรวมสูงสุด 288 แรงม้า และแรงบิด 345 ปอนด์-ฟุต

ตัวเลขสมรรถนะระบุว่าสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 5.6 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 105 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 169 กม./ชม.

แม้ตัวเลขดังกล่าวจะถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปและการขับขี่แบบสนุก ๆ แต่เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงในปัจจุบัน EV4 GT ยังไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบรถสมรรถนะจัดเต็ม

ช่วงล่างและระบบควบคุมถูกปรับเพื่อการขับขี่แบบสปอร์ต
สิ่งที่ทำให้ Kia EV4 GT แตกต่างจาก EV4 รุ่นปกติไม่ได้มีเพียงเรื่องกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น

รถได้รับการติดตั้ง ยาง Pirelli P Zero ขนาด 20 นิ้ว ซึ่งช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน ขณะที่ระบบช่วงล่างแบบควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการปรับแต่งเพื่อรองรับการขับขี่ที่กระฉับกระเฉงมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีระบบ Torque Vectoring ที่ช่วยจัดการแรงบิดระหว่างล้อ เพื่อให้รถสามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นคงและควบคุมได้ง่ายขึ้น
น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ประมาณ 2,060 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าค่อนข้างหนักสำหรับรถที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นแฮทช์แบ็กสมรรถนะสูง แต่การเซตช่วงล่างและระบบควบคุมต่าง ๆ ช่วยให้ EV4 GT ยังคงมีความคล่องตัวพอสมควร

จุดเด่นของ Kia EV4 GT คือเกาะถนนดีและขับง่าย
จากการทดสอบบนเส้นทางบริเวณเชิงเขาใกล้เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส EV4 GT สามารถสร้างความสนุกในการขับขี่ได้มากกว่าที่ตัวเลขสมรรถนะอาจบอกเอาไว้

การตอบสนองของคันเร่งมีความรวดเร็ว แต่ไม่ได้กระชากหรือรุนแรงจนควบคุมได้ยาก ขณะที่ยาง Pirelli P Zero ช่วยให้รถมีแรงยึดเกาะสูงเมื่อเข้าโค้ง
บุคลิกของ EV4 GT จึงออกไปทาง ขับสนุกและควบคุมง่าย มากกว่าการเป็นรถที่พยายามสร้างความเร้าใจด้วยพละกำลังมหาศาล

อย่างไรก็ตาม การกระจายกำลังที่เน้นไปทางล้อหน้า ทำให้การเล่นกับส่วนท้ายของรถทำได้ไม่มากนัก หากผู้ขับคาดหวังพฤติกรรมแบบรถขับเคลื่อนล้อหลังหรือรถ Hot Hatch ที่สามารถใช้คันเร่งช่วยหมุนรถเข้าโค้งได้ ก็อาจรู้สึกว่า EV4 GT ยังขาดความดิบอยู่พอสมควร
เกียร์เสมือน 6 สปีด เพิ่มความสนุกให้รถไฟฟ้า

หนึ่งในลูกเล่นที่น่าสนใจของ Kia EV4 GT คือระบบเกียร์เสมือน 6 สปีด
แม้รถไฟฟ้าจะไม่จำเป็นต้องใช้เกียร์หลายจังหวะแบบรถเครื่องยนต์สันดาป แต่ Kia ได้สร้างระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นมา พร้อมติดตั้ง Paddle Shift บริเวณพวงมาลัย

ระบบดังกล่าวจะจำลองจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ รวมถึงมีรอบเครื่องยนต์จำลองและตัวจำกัดรอบ เพื่อสร้างความรู้สึกคล้ายกับการขับรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาป
เมื่อใช้ร่วมกับระบบเสียงสังเคราะห์และการควบคุมต่าง ๆ ทำให้การขับ EV4 GT มีส่วนร่วมมากกว่ารถไฟฟ้าทั่วไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับบางคน ระบบเหล่านี้อาจถูกมองว่าเป็นเพียงลูกเล่นมากกว่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะจริง
ดีไซน์ Kia EV4 GT แตกต่างจากรุ่นปกติไม่มาก

อีกหนึ่งประเด็นที่อาจทำให้คนซื้อ EV4 GT รู้สึกว่ารถยังไม่พิเศษพอ คือรูปลักษณ์ภายนอก
แม้จะเป็นรุ่น GT แต่ความแตกต่างจาก EV4 รุ่นปกติไม่ได้มีมากนัก โดยมีรายละเอียดอย่าง คาลิเปอร์เบรกสีสด กันชนหน้า และดิฟฟิวเซอร์ด้านหลังที่ปรับใหม่ เป็นองค์ประกอบหลัก

ภายในห้องโดยสารมีการเพิ่มรายละเอียดที่สื่อถึงรุ่น GT เช่น การตกแต่งสีเดียวกับตัวรถ การเดินด้าย เบาะนั่ง เข็มขัดนิรภัย และปุ่ม GT บนพวงมาลัย
แต่โดยรวมแล้วหากมองจากภายนอก ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับ EV4 อาจแยกความแตกต่างระหว่างรุ่น GT กับรุ่นมาตรฐานได้ไม่ง่ายนัก
สำหรับบางคน สิ่งนี้อาจถือเป็นข้อดี เพราะทำให้ EV4 GT มีบุคลิกแบบ Sleeper ที่ไม่จำเป็นต้องประกาศให้คนอื่นรู้ว่ารถคันนี้มีสมรรถนะสูงกว่า EV4 ปกติ

Kia EV4 GT ราคาเกือบ 50,000 ปอนด์

ประเด็นที่อาจสร้างความลังเลมากที่สุดคือเรื่องราคา
Kia EV4 GT ในตลาดอังกฤษมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 49,345 ปอนด์ ซึ่งสูงกว่า EV4 รุ่นเริ่มต้นที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 81.4 kWh มากกว่า 12,000 ปอนด์
เมื่อพิจารณาจากระดับราคา EV4 GT ต้องแข่งขันกับรถสมรรถนะสูงหลายรุ่นที่มีชื่อเสียงในตลาด ทั้ง Volkswagen Golf GTI, Toyota GR Yaris รวมถึงรถในกลุ่มเดียวกันอย่าง Cupra Born VZ และ Volkswagen ID.3 GTX
นั่นทำให้ EV4 GT ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าผู้ซื้อกำลังจ่ายเงินเพิ่มเพื่ออะไร เพราะนอกจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและอุปกรณ์สมรรถนะแล้ว รูปลักษณ์ของรถก็ไม่ได้แตกต่างจากรุ่นปกติมากนัก
คู่แข่งของ Kia EV4 GT
ตลาดรถไฟฟ้า Hot Hatch ในปัจจุบันยังมีตัวเลือกไม่มากนัก แต่ EV4 GT มีคู่แข่งที่น่าสนใจหลายรุ่น เช่น
- Cupra Born VZ รถไฟฟ้าแฮทช์แบ็กสมรรถนะสูงที่เน้นความสปอร์ต
- Volkswagen ID.3 GTX รถไฟฟ้าสมรรถนะสูงในเครือ Volkswagen
- MG4 XPower รถไฟฟ้าที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและกำลังสูง
- Peugeot E-208 GTI
- Alpine A290
- Mini JCW Electric
- Abarth 600e
อย่างไรก็ตาม รถบางรุ่นในกลุ่มนี้มีขนาดเล็กกว่า EV4 GT ทำให้ตลาดรถไฟฟ้า Hot Hatch ยังไม่ได้มีคู่แข่งที่ตรงกลุ่มกันทั้งหมด
Kia EV4 GT เหมาะกับใคร?

Kia EV4 GT เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้าที่มีบุคลิกสปอร์ตมากกว่า EV4 รุ่นมาตรฐาน แต่ยังต้องการความสะดวกในการใช้งานบนถนนทั่วไป
จุดเด่นอยู่ที่การเกาะถนน ช่วงล่าง ระบบ Torque Vectoring และลูกเล่นอย่างเกียร์เสมือน ซึ่งช่วยให้การขับรถไฟฟ้ามีความสนุกและมีส่วนร่วมมากขึ้น
แต่หากสิ่งที่ต้องการคือรถ Hot Hatch ที่มีอัตราเร่งรุนแรง บุคลิกดุดัน และสามารถสร้างความสนุกจากกำลังของล้อหลังได้ EV4 GT อาจไม่ได้ถูกพัฒนาไปในแนวนั้น
สรุป Kia EV4 GT
Kia EV4 GT เป็นรถไฟฟ้าที่พยายามนำแนวคิดของ Hot Hatch มาปรับใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างน่าสนใจ โดยมีทั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลัง 288 แรงม้า ยาง Pirelli P Zero ช่วงล่างควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Torque Vectoring และเกียร์เสมือน 6 สปีด
ข้อดีคือรถมีความเกาะถนนสูง ขับง่าย และมีลูกเล่นที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ แต่ด้วยน้ำหนักตัวกว่า 2 ตัน การกระจายกำลังที่เน้นด้านหน้า และกำลังที่ไม่ได้รุนแรงมากนัก ทำให้บุคลิกของรถออกไปทาง “Warm Hatch” มากกว่า Hot Hatch เต็มตัว
เมื่อรวมกับราคาที่สูงถึง 49,345 ปอนด์ ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับรถสมรรถนะสูงรุ่นอื่นจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ซื้อควรพิจารณา
ท้ายที่สุด Kia EV4 GT อาจไม่ได้เป็นรถที่สร้างความหวือหวาด้วยตัวเลขสมรรถนะ แต่เป็นรถไฟฟ้าที่พยายามทำให้การขับขี่มีส่วนร่วมและสนุกมากขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งของการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในยุคปัจจุบัน
Cr.topgear