KPI โพลชี้ ปชช.88.2% ห่วงคนทั่วไปครอบครองปืนได้ ไม่มั่นใจมาตรการป้องกันก่อเหตุ จี้จัดการปืนเถื่อน-คุมเข้มผู้ใช้ พร้อมเพิ่มโทษ

Published on 18 ก.ย. 2026
  1. หน้าหลัก 
  2. การเมือง 
  3. ข่าวการเมือง 

KPI โพลชี้ ปชช.88.2% ห่วงคนทั่วไปครอบครองปืนได้ ไม่มั่นใจมาตรการป้องกันก่อเหตุ จี้จัดการปืนเถื่อน-คุมเข้มผู้ใช้ พร้อมเพิ่มโทษ

เผยแพร่: 18 ก.ย. 2569 12:31   ปรับปรุง: 18 ก.ย. 2569 13:43   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โพลพระปกเกล้า สะท้อนเสียงประชาชน 88.2% หวาดผวาคนทั่วไปครอบครองปืน ไม่เชื่อมั่นมาตรการป้องกัน จี้รัฐปราบปืนเถื่อนจริงจัง พร้อมเพิ่มโทษให้หนักขึ้น

วันนี้ (18 ก.ย.) สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “มุมมองประชาชนต่อความปลอดภัยในสังคมและแนวทางควบคุมอาวุธปืน” ซึ่งได้ทำการสำรวจจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 4-7 ก.ย. 69 พบว่า 45.1% ระบุ ควรปราบปรามปืนเถื่อนและการซื้อขายปืนผิดกฎหมาย สูงที่สุด รองลงมา 19.1% ควรเพิ่มโทษผู้ครอบครอง พกพา หรือใช้ปืนผิดกฎหมาย และ 10% ควรควบคุมการขายปืน กระสุน และชิ้นส่วนปืนทางออนไลน์
ขณะที่ 9.4% เห็นควรบังคับใช้ข้อห้ามพกปืนในที่สาธารณะอย่างจริงจัง 6.1% ควรมีระบบติดตามปืนและกระสุนตั้งแต่การซื้อจนถึงผู้ครอบครอง 5.6% เลือกตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ขอซื้อหรือครอบครองปืนให้เข้มงวดขึ้น 2.9% ควรกำหนดวิธีเก็บปืนให้ปลอดภัยและให้แจ้งทันทีเมื่อปืนสูญหาย และ 1.8% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น

ทั้งนี้ ผลสำรวจส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับปัญหาปืนผิดกฎหมายและความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย โดยมองทั้งการเข้าถึงอาวุธปืน และการนำปืนไปใช้ก่อเหตุเป็นประเด็นสำคัญ สะท้อนถึงความคาดหวังต่อการควบคุมที่เกิดผล ในทางปฏิบัติและความต้องการความปลอดภัยจากเหตุรุนแรงในชีวิตประจำวัน

ส่วนการปราบปืนเถื่อนจากผลสำรวจ พบว่า มีคะแนนนำอันดับหนึ่งเกือบทุกภาคโดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 41.4% ภาคกลาง 36.9% ภาคใต้ 35.7% และภาคตะวันออก 34.9% ส่วนกรุงเทพฯและภาคเหนือเลือกการ “เพิ่มโทษ” มากที่สุด โดยกรุงเทพฯ คิดเป็น 37.6% และภาคเหนือ 26.4% ซึ่งความแตกต่างรายภูมิภาค สะท้อนว่า ประชาชนไม่ได้ให้น้ำหนักกับมาตรการเดียวกันทั้งหมด การออกแบบแนวทางแก้ไข จึงควรพิจารณาทั้งการสกัดแหล่งปืน การตรวจสอบผู้ครอบครอง และการควบคุมการ นำไปใช้ร่วมกัน

นอกจากนี้ ยังพบว่า เกือบ 9 ใน 10 กังวลเรื่องการถือครองอาวุธปืนของคนทั่วไป โดย 88.2% มีความกังวลมากที่สุดและค่อนข้างกังวลต่อการมีและการใช้อาวุธปืนของคนทั่วไป มีเพียง 10.3% ที่ไม่ค่อยกังวลและไม่กังวลเลย และ 1.5% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น โดยความกังวลที่ปรากฏเป็นคำตอบส่วนใหญ่ชัดเจน สะท้อนว่า การมีและการใช้อาวุธปืนของคนทั่วไปเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนอย่างกว้างขวาง

ขณะเดียวกัน ก็พบว่า 59.9% มีความมั่นใจน้อยต่อการควบคุมอาวุธปืนปัจจุบันว่าจะป้องกันการนำปืนไปก่อเหตุได้ รองลงมา 20.3% มั่นใจปานกลาง และ มั่นใจมากเพียง 14% ส่วนอีก 5.8% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็นผลสำรวจดังกล่าว จึงสะท้อนถึงช่องว่างระหว่างความรู้สึกไม่ปลอดภัยกับความเชื่อมั่น ต่อมาตรการที่มีอยู่

สำหรับนโยบายการรับซื้อปืนคืน 32.9% ไม่เห็นด้วย รองลงมา 24.1% เห็นด้วย และต้องจำกัดจำนวนอาวุธปืนที่แต่ละคนครอบครอง 16.4% เห็นด้วยกับ การบังคับรับซื้อคืนทั้งหมดในราคาที่เป็นธรรม 16.2% เห็นด้วยโดยให้เป็นไปตามความสมัครใจของเจ้าของอาวุธปืน และ 10.4% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น ดังนั้นความคิดเห็นต่อนโยบายรับซื้อปืนคืนยังมีความหลากหลาย แม้การไม่เห็นด้วยจะเป็นคำตอบที่ได้รับเลือก มากที่สุด แต่ผู้เห็นด้วยรวมกันสัดส่วนเกินครึ่ง แต่กระจายอยู่ในหลายรูปแบบ สะท้อนว่า จุดยืนต่อนโยบายนี้ สัมพันธ์กับเงื่อนไขการดำเนินการ ทั้งความสมัครใจ การจำกัดจำนวนครอบครอง และการบังคับรับซื้อคืน จากผลสำรวจสะท้อนว่า ความกังวลเรื่องอาวุธปืนอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อการควบคุมยังมีข้อจำกัด ประชาชนให้น้ำหนักกับการจัดการปืนผิดกฎหมายและการบังคับใช้อย่างจริงจัง แต่เมื่อเป็นมาตรการ รับซื้อปืนคืน ความเห็นกลับแตกต่างกันตามรูปแบบและเงื่อนไข การแก้ไขปัญหาจึงควรทำให้ประชาชนเห็นผล ของการควบคุมที่ชัดเจน ควบคู่กับการป้องกันตั้งแต่แหล่งซื้อขาย การตรวจสอบผู้ครอบครอง และการติดตาม ปืน พร้อมเปิดเผยผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ส่วนมาตรการใหม่ควรอธิบายเป้าหมายและผลที่คาดว่าจะ เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน เปิดรับข้อกังวล และประเมินผลก่อนขยายการดำเนินงาน
KPI โพล ชี้ ปชช.88.2% ห่วงคนทั่วไปครอบครองปืนได้ ไม่มั่นใจมาตรการป้องกันก่อเหตุ จี้จัดการปืนเถื่อน-คุมเข้มผู้ใช้ พร้อมเพิ่มโทษ