"แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา” โรงแรมใหม่ LHMH แนวลิมิเต็ดธีม มีโซนสวนน้ำใหญ่ 2 หมื่นตร.ม.-สนามโกคาร์ทไฟฟ้า-ปีนผา เปิดตุลาคม 69 นี้

Published on 28 ส.ค. 2026

ตลาดโรงแรมพัทยา ถือเป็นหนึ่งในทำเลที่ 'LHMH' มองเห็นโอกาสเติบโต หลังโรงแรมในพอร์ตเดิมอย่าง “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา” และ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา” มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 85% และช่วงไฮซีซั่นมากกว่า 90% ทำให้ LHMH ลุยโรงแรมแห่งที่ 3 ในพัทยาต่อเนื่อง และนับเป็นแห่งที่ 10 ของกลุ่ม

ลงทุน 4.3 พันล้าน ปั้น แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา แนวลิมิเต็ดธีม

กิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) กล่าวว่า “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา” ใช้เงินลงทุน 4,300 ล้านบาท พัฒนาบนที่ดิน 22 ไร่ มีพื้นที่โครงการรวมกว่า 111,000 ตารางเมตร และเป็นโรงแรมในกลุ่ม Limited Collection ซึ่งเป็น Themed Hotel แห่งที่ 2 ของบริษัท ต่อจากแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา โดยแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ จะพัฒนาเป็น Integrated Destination ที่รวมทั้งโรงแรม สวนน้ำ ความบันเทิง ร้านอาหาร Wellness และพื้นที่ประชุมไว้ในโครงการเดียว ภายใต้แนวคิด The Borderless Journey โดยออกแบบประสบการณ์ใน 'ธีมการเดินทางข้ามเวลา เชื่อมโลกจริงเข้ากับโลกเสมือนจริง' "สำหรับปีแรก บริษัทตั้งเป้าอัตราการเข้าพักไว้ที่ 75-80% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 90-95% ในช่วงไฮซีซัน พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีแรกประมาณ 1,300 ล้านบาท และคาดว่าจะใช้เวลาคืนทุนราว 7 ปี ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยคาดว่าจะสูงกว่าโรงแรม 5 ดาวทั่วไปในพื้นที่ประมาณ 15-20%" เบื้องต้น โรงแรมมีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม 2569 โดย LHMH มองว่าการเปิด Voyage จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้รายได้รวมของธุรกิจโรงแรมในปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 8,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 30% จากปีก่อน (YoY) ขณะเดียวกัน LHMH ยังวางเป้าหมายระยะถัดไปที่จะผลักดันรายได้ธุรกิจโรงแรมแตะ 10,000 ล้านบาทในปี 2571 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ” มูลค่าลงทุน 3,600 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 2 ปี 2571 เข้ามาเสริมพอร์ต

11856.jpg

ชูไฮไลต์กิจกรรมแน่น สวนน้ำใหญ่2หมื่นตร.ม.-สนามโกคาร์ท-ปีนผา-ฟิตเนส-เกมรูมครบ

กิตติพงษ์ วงค์วาร ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา กล่าวถึงไฮไลต์และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการว่า ความโดดเด่นของโรงแรมคือความหลากหลายของประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทุกวัยในโรงแรมเดียว โดยแต่ละพื้นที่มีคาแรกเตอร์ มีเรื่องราว และตอบโจทย์คนแต่ละวัยแตกต่างกัน ประกอบด้วย 1.Time Traveller Water Park สวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร สวนน้ำแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ โซน Lost World (โลกการผจญภัยยุคดึกดำบรรพ์) และ Tomorrow Land (โลกแห่งอนาคต) ซึ่งทั้งสองโลกเชื่อมถึงกันผ่าน Lazy River, Cave Trail, Skywalk และ Time Tunnel ระหว่างทางยังมี Crystal Cave, Stalactite Cave, Ice Cave, Lava Cave และ Lava Pool บ่อน้ำอุ่นกลางแจ้ง

11843.jpg

2.สนามแข่งรถโกคาร์ทไฟฟ้า Voyage Circuit 3.เกมรูม Midnight Nebula ขนาดเกือบ 1,000 ตารางเมตร ที่มีไฮไลต์สำคัญคือ Voyage Shooting Games เกม Interactive ที่พัฒนาขึ้นสำหรับที่นี่โดยเฉพาะ 4.Rainbow Ville Kids Club ที่มีเครื่องเล่นสำหรับเด็กและหมู่บ้านแห่งจินตนาการ ให้เด็ก ๆ สามารถสวมบทบาทในอาชีพที่ชอบได้ 5.The Sand Theatre ที่จะจัดฉายภาพยนต์แอนิเมชันให้เด็กและครอบครัวได้รู้จักตัวละครและจักรวาลของวอยาจมากขึ้น

11844.jpg

6.Crimson Canyon Wellness พื้นที่กว่า 1,400 ตารางเมตร อาทิ -Technogym -Hybrid Training Zone -หน้าผาจำลอง -มวยไทย -ห้องสตรีม -ซาวน่า -จากุซซี่ วิวทะเล 7.พื้นที่จัดอีเวนต์ครบวงจร Halo Convention Centre ซึ่งเป็นศูนย์ประชุมขนาดใหญ่แบบ Pillarless เพดานสูง 8 เมตร รองรับการจัดงานได้สูงสุดเกือบ 1,600 คน

11857.jpg

จับกลุ่มลูกค้าคนไทย 65% ต่างชาติ 35% ตั้งเป้าดึงคนพักนานขึ้น

สุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LHMH กล่าวว่า แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา วางกลุ่มลูกค้าไว้หลายเซกเมนต์ ตั้งแต่กลุ่ม Multi-Generational ที่ไม่ได้จำกัดเพียงครอบครัวเดียว กลุ่มนักท่องเที่ยว อาทิ เกาหลี จีน และไต้หวัน ไปจนถึงกลุ่ม Leisure และ MICE ที่มีกำลังซื้อสูง อีกตลาดที่บริษัทต้องการดึงเข้ามาคือกลุ่ม Long Stay จากแคนาดา ออสเตรเลีย สหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งมองหาจุดหมายปลายทางที่สามารถพักอยู่ได้ 5-6 คืนโดยไม่จำเป็นต้องย้ายโรงแรม อย่างไรก็ตาม ในปีแรก LHMH ยังคงวางสัดส่วนลูกค้าหลักเป็นคนไทย 65% และต่างชาติ 35% โดยตลาดต่างชาติจะเน้นเอเชีย ยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มสแกนดิเนเวีย และตะวันออกกลาง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง กลยุทธ์ของ LHMH ไม่ได้ต้องการสร้างโรงแรมที่มีรูปแบบเดียวกันทุกแห่ง แต่ให้แต่ละโครงการมีคาแรกเตอร์และ Positioning ของตัวเอง โดยมองว่าการเป็นแบรนด์โรงแรมไทยที่จะเข้าไปแข่งขันกับเชนระดับโลก ต้องเข้าใจทั้งนักท่องเที่ยวและบริบทของแต่ละ Destination

11858.jpg

ดังนั้น แนวทางการพัฒนาแบรนด์ "แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์" ประกอบด้วย 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.Quality First ให้ความสำคัญกับคุณภาพอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวก 2.Experience-driven ออกแบบประสบการณ์มากกว่าห้องพัก 3.Thai Hospitality นำความอบอุ่นแบบไทยมาผสานมาตรฐานสากล 4.Continuous Innovation พัฒนาแนวคิดใหม่ให้แต่ละโครงการมีคาแรกเตอร์และเรื่องราวแตกต่างกัน

11859.jpg
my_bb

ผู้เขียน

my_bb

นักข่าวสายอสังหาริมทรัพย์และสายธุรกิจทั่วไป ที่เขียนคอนเทนต์เพื่อหาเงินเลี้ยงแมว