นายกฯ ไทย – สิงคโปร์ ร่วมเป็นสักขีพยานลงนาม MOU จับมือยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เดินหน้า 4 เสาหลัก เศรษฐกิจ – พลังงาน – ความมั่นคง – อาเซียน
วันนี้ (2 ก.ย. 69) เวลา 15.30 น. ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ นายลอว์เรนซ์ หว่อง (H.E. Mr. Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ แถลงข่าวร่วมระหว่างสองประเทศ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม Thailand – Singapore Leaders’ Retreat ครั้งที่ 5
สำหรับการประชุมครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้ร่วมกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความร่วมมือในหลากหลายมิติ ครอบคลุมทั้งด้านทวิภาคี กลาโหม ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนความสัมพันธ์ระดับประชาชน รวมถึงสถานการณ์สำคัญในภูมิภาค
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่าย ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัวแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านสวัสดิการสังคม การพัฒนาชุมชน คนพิการ สตรี เด็กและครอบครัว ตลอดจนการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ต่อมา นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศ ได้ร่วมแถลงข่าวถึงผลการประชุม โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์และคณะ พร้อมระบุว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุม Leaders’ Retreat ครั้งแรกในรอบ 11 ปี และมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากไทยและสิงคโปร์จะรับหน้าที่ประธานอาเซียนต่อเนื่องในช่วง 2 ปีข้างหน้า จึงมีความรับผิดชอบร่วมกันในการนำพาอาเซียนรับมือกับความท้าทายระดับโลกและเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียน
ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อ Joint Statement on the Thailand-Singapore Forward-Looking Strategic Partnership ซึ่งจะเป็นแนวทางกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ในอนาคต และสะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ นอกจากนี้ ยังยินดีต่อการลงนาม บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาสังคม และเห็นพ้องที่จะจัดทำความตกลงเพิ่มเติมอีก 4 ฉบับ ครอบคลุมด้าน เศรษฐกิจดิจิทัล อาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงทางอาหาร และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน
ด้านนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งสองประเทศจะเดินหน้าความร่วมมือ ภายใต้ 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
1.สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และความมั่นคงทางพลังงาน – อาหาร เดินหน้าความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดและพลังงานคาร์บอนต่ำ พร้อมต่อยอดโครงการบูรณาการระบบไฟฟ้า สปป.ลาว – ไทย – มาเลเซีย – สิงคโปร์ เพื่อสนับสนุน ASEAN Power Grid รวมถึงความร่วมมือด้านคาร์บอนเครดิต ไฮโดรเจน และเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ขณะที่ด้านความมั่นคงทางอาหาร ไทยพร้อมเป็นแหล่งอาหารที่เชื่อถือได้ของสิงคโปร์ โดยจะต่อยอดความตกลงจัดส่งข้าวไทย 100,000 ตันภายใน 5 ปี และขยายไปสู่สินค้าอาหารอื่นๆ
2.เศรษฐกิจ การลงทุน และดิจิทัล กระชับการค้าและการลงทุน โดยส่งเสริมการลงทุนจากสิงคโปร์ในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ ดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และโลจิสติกส์ ควบคู่กับการพัฒนากำลังคนทักษะสูง พร้อมขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การเชื่อมโยงทางการเงิน และ AI รวมถึงสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย
3.กลาโหมและความมั่นคง เสริมสร้างความร่วมมือด้านกลาโหม ความมั่นคงทางไซเบอร์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมเพิ่มความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ภาคธนาคาร และบริษัทเทคโนโลยี
4.การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค ไทยพร้อมสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของสิงคโปร์ในปีหน้า และประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความต่อเนื่องระหว่างวาระประธานอาเซียนของสิงคโปร์และไทย รวมทั้งร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งและบทบาทของอาเซียนท่ามกลางความท้าทายของภูมิภาคและโลก
สำหรับสถานการณ์ในเมียนมา นายกรัฐมนตรีระบุว่า ทั้งสองฝ่ายยืนยันบทบาทสำคัญของอาเซียนในการสนับสนุนให้เมียนมามีสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง พร้อมทั้งได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ทราบถึงแนวทางของไทยในการเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับเมียนมาอย่างเหมาะสม โดยไทยจะมีบทบาทช่วยเป็นสะพานเชื่อม ควบคู่กับการส่งเสริมพัฒนาการเชิงบวกในเมียนมา (calibrated re-engagement) เพื่อสนับสนุนความพยายามของอาเซียน โดยไทยจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับสิงคโปร์และเมียนมาเพื่อสนับสนุนให้เกิดพัฒนาการเชิงบวกต่อไป
ในส่วนของความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชา นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันว่า ไทยยังคงมุ่งมั่นแก้ไขความแตกต่างอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อผลักดันผลการหารือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าในอนาคตอันใกล้ พร้อมขอบคุณนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ สำหรับการหารือที่มีสาระสำคัญ และแสดงความมุ่งหวังที่จะเดินทางเยือนสิงคโปร์อีกครั้งเพื่อเข้าร่วมการประชุม Leaders’ Retreat ครั้งต่อไป
ขณะที่ นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวว่า การประชุม Leaders’ Retreat ยืนยันถึงความแข็งแกร่งของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสิงคโปร์กับไทย ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ครอบคลุมและเป็นรูปธรรม ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ และมีศักยภาพในการพัฒนาอีกมาก ทั้งสองฝ่ายมุ่งกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เศรษฐกิจดิจิทัล และการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมระบุว่า ผู้นำทั้งสองประเทศได้กำหนดวาระความร่วมมือที่มีวิสัยทัศน์ และเชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกันจะนำมาซึ่งประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ
ทั้งนี้ ผู้ร่วมประชุมฝ่ายไทยระดับรัฐมนตรี ได้แก่ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
ส่วนผู้ร่วมประชุมฝ่ายสิงคโปร์ ได้แก่ รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการภาครัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีกำกับดูแลด้านความสัมพันธ์ทางการค้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศ