วันนี้ (20 กันยายน) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณสถานีรถไฟฟ้า MRT เตาปูน พร้อมกำชับกรมการขนส่งทางราง (ขร.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบและซ่อมแซมระบบภายในคืนนี้ โดยตั้งเป้าให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (21 กันยายน 2569) แต่ต้องผ่านการตรวจสอบและยืนยันความปลอดภัยของระบบอย่างครบถ้วนก่อนเปิดให้บริการ
ลลิดากล่าวว่า เบื้องต้นเมื่อเวลา 12.32 น. เกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณสายไฟฟ้าบนรางรถไฟฟ้าสถานีเตาปูน ถนนประชาราษฎร์สาย 2 เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพเข้าตรวจสอบและควบคุมเหตุ โดยสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกี่ยวข้องกับการลัดวงจรของสายเคเบิล ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุที่ชัดเจน
ต่อมาเมื่อเวลา 13.15 น. สัญญาณเตือนเพลิงไหม้บริเวณห้อง Power Supply ทำงาน และตรวจพบกลุ่มควัน เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบไม่พบเปลวเพลิง แต่พบกลุ่มควันและรอยอาร์กไฟฟ้า หรือรอยไหม้จากการเกิดประกายไฟ จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบระบบทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุและประเมินความพร้อมของระบบก่อนกลับมาเปิดให้บริการ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเหตุได้แล้ว และ BEM อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการซ่อมแซมส่วนที่ได้รับความเสียหาย โดยจะเร่งดำเนินการภายในคืนนี้ พร้อมให้ รฟม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบระบบทั้งในส่วนที่เกิดเหตุและระบบที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าให้การซ่อมแซมและตรวจสอบระบบแล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการจะดำเนินการได้ต่อเมื่อ รฟม. BEM และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและยืนยันว่าระบบมีความพร้อมและปลอดภัยสูงสุดสำหรับประชาชนและผู้โดยสารแล้วเท่านั้น
หากการซ่อมแซมหรือการตรวจสอบระบบไม่แล้วเสร็จตามกำหนด หรือยังไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยในการเปิดให้บริการได้ กระทรวงคมนาคมได้เตรียมแผนรองรับ โดยประสานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถรับส่งประชาชนในช่วงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบเป็นการชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกและลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก แม้ทุกฝ่ายจะเร่งดำเนินการเพื่อให้รถไฟฟ้ากลับมาเปิดให้บริการได้เร็วที่สุด แต่จะต้องไม่เร่งเปิดระบบหากยังตรวจสอบไม่ครบถ้วน โดยต้องมั่นใจว่าทุกระบบมีความพร้อมและปลอดภัยอย่างเต็มที่ก่อนรับผู้โดยสาร หากไม่สามารถเปิดให้บริการได้ทันในช่วงเช้า ก็ได้เตรียมระบบขนส่งสำรองไว้เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนแล้ว” ลลิดากล่าว
ABOUT THE PHOTOGRAPHER
ฐานิส สุดโต
บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD