“คลัง” ชี้หุ้นไทยฟันด์โฟลว์ไหลเข้า หนุนวายุภักษ์ NAV โต 28% ปันผลเข้ารัฐ 1.92 หมื่นล้าน

Published on 1 ก.ย. 2026

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 ก.ย.69) นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในปี 2569 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีการปรับตัวขึ้นอย่างมาก ทำให้มีเงินปันผลจากกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง หรือ VAYU1 เพิ่มขึ้นตามผลประกอบการของหลักทรัพย์ที่ถือหุ้นอยู่ และสอดรับกับทิศทางของตลาดทุนไทย ซึ่งหลักทรัพย์ในพอร์ตกองทุนฯ ส่วนใหญ่เป็นหลักทรัพย์ที่มีอัตราผลตอบแทนดี มีความมั่นคง และความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจ รวมถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 1,600 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ซึ่งปิดอยู่ที่ 1,259 จุด คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 28.89% และกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 595,548.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 490,390.32 ล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 28.10% พร้อมส่งเงินปันผลสะสมเข้าคลังรัฐเป็นอันดับ 3 มูลค่ากว่า 19,202 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน สคร. ประเมินว่า แม้ตลาดหุ้น (Stock Market) ทั่วโลกมีความผันผวน แต่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก เนื่องจากผลประกอบการของหลักทรัพย์ในแต่ละอุตสาหกรรมออกมาค่อนข้างดีท่ามกลางวิกฤติทางภูมิรัฐศาสตร์ และดัชนีอ้างอิงของ MSCI (Morgan Stanley Capital International Index) มีการปรับลดน้ำหนักการลงทุน (Weighting) ของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศอินโดนีเซียลง ส่งผลให้อานิสงส์ตกมาที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลดีโดยตรงต่อพอร์ตการลงทุนของกองทุนฯ

นอกจากนี้ ราคาหน่วยลงทุนในตลาดก็ปรับเพิ่มขึ้นจาก 10 บาท เป็น 11 บาทกว่า ทำให้ผู้ที่ถือหน่วยลงทุนตั้งแต่วันแรกได้รับกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) แล้วประมาณ 11% ส่วนแนวโน้มผลตอบแทนในช่วงที่เหลือของปี 2569 มองว่าขึ้นอยู่กับสภาวะของตลาดหุ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า และในส่วนของกองทุนรวมวายุภักษ์มีกลไกคุ้มครอง ด้วยการกำหนดกรอบผลตอบแทนขั้นต่ำและขั้นสูง (Floor and Cap) ไว้ที่ 3–9% ซึ่ง สคร. มั่นใจว่าผลการดำเนินงานปีนี้จะออกมาดี และเกินเกณฑ์ขั้นต่ำอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม สคร. จะกำกับติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนฯ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กองทุนฯ เป็นทางเลือกในการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและมั่นคงให้แก่ประชาชนในระยะยาว รวมถึงเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุน (Money Market and Capital Market) และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมต่อไป

Back to top button