ภาคธุรกิจเยอรมนีเดินหน้ากดดัน ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ให้ดำเนินนโยบายต่อจีนเข้มงวดขึ้น โดยบริษัทเยอรมันเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากคู่แข่งจีน ซึ่งท่าทีดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจเยอรมนี หลังจากที่ผ่านมาเคยหลีกเลี่ยงการสนับสนุนมาตรการกีดกันทางการค้า เพราะเกรงว่าจีนจะใช้มาตรการตอบโต้
โฟลเคอร์ เทรเออร์ หัวหน้าฝ่ายการค้าต่างประเทศของหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมนี (DIHK) กล่าวว่า เยอรมนีควรหารือกับจีนถึงสถานการณ์ดังกล่าว และหากพบว่าการแข่งขันที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากเงินอุดหนุนของรัฐบาลจีน หรือเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ก็จำเป็นต้องดำเนินการ
รายงานระบุว่า แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นในสภาวะที่เยอรมนีขาดดุลการค้ากับจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศ เพิ่มขึ้นราว 2.2 หมื่นล้านยูโรในปีที่แล้ว แตะ 8.93 หมื่นล้านยูโร (1.0405 แสนล้านดอลลาร์) โดยการนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้น 8.8% ขณะที่การส่งออกลดลง 9.7%
ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตรถยนต์เยอรมนีกำลังเผชิญการแข่งขันจากจีนอย่างหนัก โดยโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) ถูกแบรนด์จีนอย่างบีวายดี (BYD) แซงหน้าในตลาดจีน และยังต้องรับมือกับผู้ผลิตรถยนต์จีนที่รุกตลาดยุโรปมากขึ้น
ข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนมิ.ย. ระบุว่า ผู้ผลิตจีนได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้สูงกว่าคู่แข่งในกลุ่ม OECD ราว 3-8 เท่า โดยเงินอุดหนุนมีส่วนเกือบ 60% ของการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดโลกของบริษัทจีน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลผสมของเมิร์ซเริ่มส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อจีนมากขึ้น โดยต้องการลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจ แต่ยังย้ำว่าจีนเป็นคู่ค้าทางเศรษฐกิจที่สำคัญของเยอรมนี
แมร์ซกล่าวเมื่อวันพุธ (26 ส.ค.) ว่า ได้มอบหมายให้คณะรัฐมนตรีจัดทำข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรป (EU) และจีน หลังเกิดความเห็นต่างภายในรัฐบาลผสมเกี่ยวกับนโยบายต่อจีน
ทั้งนี้ ท่าทีของรัฐบาลเยอรมนีจะมีส่วนกำหนดแนวทางนโยบายการค้าของ EU ที่มีต่อจีนด้วย ขณะที่ EU และจีนมีกำหนดเจรจาการค้าในเดือนต.ค.
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท