
รมว.กลาโหม เยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ผนึกกำลัง เชื่อมความมั่นคง–ชายแดน–อุตสาหกรรมป้องกันประเทศกระชับความร่วมมือ ยกระดับสู่ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อสันติภาพและการพัฒนา”
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เดินทางเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของ ดาโต๊ะ เซอรี โมฮาเหม็ด คาลิด บิน นอร์ดิน (Dato’ Seri Mohamed Khaled bin Nordin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 13–14 กรกฎาคม 2569 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคง พร้อมยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อสันติภาพและการพัฒนา”
การเยือนครั้งนี้เป็นการสานต่อความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ภายหลังการพบหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศในการประชุม IISS Shangri-La Dialogue เมื่อปลาย พฤษภาคม ที่ผ่านมา รวมถึงการร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนประเทศมาเลเซีย และร่วมเปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันในทุกระดับ

ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อยกระดับความร่วมมือสู่การเป็น “พันธมิตรในการพัฒนาพื้นที่ชายแดน” โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการรักษาความมั่นคงอย่างยั่งยืน พร้อมแสดงความยินดีต่อความคืบหน้าของการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ซึ่งมีกำหนดลงนามร่วมกันในห้วงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย–มาเลเซีย ครั้งที่ 57 ปลายปีนี้
สำหรับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฝ่ายไทยเน้นย้ำความสำคัญของการสกัดกั้นการใช้พื้นที่ข้ามพรมแดนเพื่อก่อเหตุความรุนแรง โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มช่องทางการประสานงานแบบ “ทหารต่อทหาร” (Military-to-Military) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงานในพื้นที่

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพร่วม โดยเฉพาะการต่อยอดความสำเร็จในการผลิตรถยานเกราะล้อยาง First Win และการแสวงหาโอกาสความร่วมมือด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานร่วมกับบริษัท Aircraft Inspection, Repair & Overhaul Depot (AIROD) ของมาเลเซีย ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัท National Aerospace and Defence Industries (NADI) ที่มีบทบาทเด่นในการซ่อมบำรุง และการตรวจสอบยุทโธปกรณ์หลัก โดยเฉพาะอากาศยาน ให้แก่ภาคเอกชนและกองทัพต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างการพึ่งพาตนเองด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของภูมิภาค
พร้อมกันนี้ ทั้งสองประเทศยังยืนยันการผลักดันความร่วมมือภายใต้กรอบคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านของอาเซียน รวมถึงการประสานนโยบายเพื่อรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ อาทิ อาชญากรรมไซเบอร์ การหลอกลวงทางออนไลน์ และปัญหามลพิษข้ามพรมแดน
การเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ถือเป็นการสานต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ได้มาเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการที่ผ่านมา รวมทั้งยังเป็นอีกก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–มาเลเซีย ที่จะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคง การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
