ซีพี เร่งขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม รับมือโลกเปลี่ยนดันธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน : อินโฟเควสท์

Published on 20 ต.ค. 2026

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดงาน “CP Innovation Exposition 2026” ภายใต้แนวคิด “Rise Together, Innovate Beyond” มุ่งขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือ โดยปีนี้มีผลงานเข้าประกวด 319 โครงการ จาก 10 ประเทศ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 31,000 ล้านบาท พร้อมคัดเลือก 29 โครงการเด่นเข้ารอบ ผู้บริหารซีพี ย้ำ นวัตกรรมไม่ใช่เพียงการสร้างสิ่งใหม่ แต่ต้องนำไปใช้ได้จริง และสร้างคุณค่าให้ลูกค้า ธุรกิจ และสังคม พร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น [TRUE ]  เปิดเผยในงาน “CP Innovation Exposition 2026” ผสานพลังขับเคลื่อนสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า Rise Together, Innovate Beyond ว่า เรื่องราวของซีพีเริ่มต้นขึ้นจากร้านค้าเล็ก ๆ ในอดีตซึ่งมีหัวใจสำคัญ 2 ประการ ที่ขับเคลื่อนประวัติศาสตร์ของซีพีมาโดยตลอด ได้แก่ 1.การสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า จากจุดเริ่มต้นที่ค้นพบว่าไข่ไก่ทุกฟองที่จำหน่ายมีความสดใหม่ ทำให้ลูกค้าและเกษตรกรเกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้า 2.การสร้างสรรค์นวัตกรรม ความพยายามในการทำสิ่งที่ดีกว่า คิดให้แตกต่าง และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดหลักของงานนิทรรศการนวัตกรรมในวันนี้

นายซิกเว่ กล่าวว่า จิตวิญญาณของซีพี คือ การไม่หยุดคิด และไม่หยุดทำสิ่งใหม่ โดยมองว่าสิ่งที่เริ่มต้นทำในวันนี้ คือ เมื่อวาน แต่เรื่องราวที่เหลือ คือ อนาคต นอกจากนี้ งานในปีนี้ยังจัดขึ้นภายใต้แนวคิด การเติบโตไปด้วยกัน จิตวิญญาณแห่งความร่วมมือในการทำสิ่งต่างๆ ร่วมกันทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ 

นายซิกเว่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้มีโครงการนวัตกรรมส่งเข้าประกวดรวมทั้งสิ้น 319 โครงการ จาก 10 ประเทศ ซึ่งมาจากหน่วยงาน และเพื่อนร่วมงานทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจซีพี โครงการทั้งหมดในปีนี้ ถูกขอให้ประเมินการมีส่วนร่วม และผลลัพธ์ที่สามารถวัดผลได้ โดยรวมแล้วสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 31,000 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดต้นทุน และสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ จาก 319 โครงการ มีการคัดเลือก 29 โครงการที่โดดเด่นที่สุด เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ ซึ่งแบ่งเป็น นวัตกรรมด้านกระบวนการ (Process Innovation) จำนวน 12 โครงการ นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการ (Product & Service Innovation) จำนวน 10 โครงการ นวัตกรรมด้านความยั่งยืน (Sustainability Innovation) จำนวน 6 โครงการ นวัตกรรมด้านรูปแบบธุรกิจ(Business Model Innovation) จำนวน 1 โครงการ 

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่มีการเชิญชวนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs) ภายนอกเข้ามาร่วมส่งโครงการประกวด ภายใต้แนวคิดความร่วมมือด้านสุขภาพ อาหารและ เทคโนโลยี (Health, Food and Technology) โดยมีกว่า 50 ทีมที่ส่งผลงาน และ คัดเลือกจนเหลือ 6 ทีมสุดท้ายที่จะได้ขึ้นนำเสนอผลงานบนเวที

“กว่าหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ผู้ก่อตั้งซีพีเริ่มต้นจากการค้นหาวิธีที่ดีกว่าในการดูแลเกษตรกร และความเชื่อเดียวกันนี้ จะยังคงเป็นพลังสำคัญในการกำหนดอนาคตของซีพีในศตวรรษถัดไป” นายซิกเว่ กล่าว

นายอาชว์ เตาลานนท์  รองประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์  กล่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้เติบโตมาเป็นระยะเวลา 105 ปี กิจการขยายมาต่อเนื่อง สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือเรื่อง นวัตกรรม ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนให้กิจการขยายมาตั้งแต่เริ่มจากธุรกิจพันธุ์ผัก มาทำอาหารสัตว์ การเลี้ยงไก่ การเลี้ยงหมู เกษตรอุสาหกรรม ค้าปลีก จนถึงธุรกิจโทรคมนาคม การขยายมาได้จนถึงทุกวันนี้

เดิมผู้เลี้ยงไก่ต้องหาอาหารเอง รักษาเองเมื่อไก่ป่วย หรือหาตลาดเอง แต่นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือซีพี ได้เดินทางไปดูงานที่สหรัฐฯ ต่อมาทำ Contract Farming กับผู้เลี้ยง ดูแลการเลี้ยง และนำนวัตกรรมมาใช้ มาเผยแพร่ทำให้การเลี้ยงไก่ง่ายขึ้น โดยเลี้ยงไก่คราวเดียว 2,000 ตัว จากเดิมเลี้ยงแค่ 20-30 ตัว และยังประกันราคาให้ด้วย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเรื่องยากก็เป็นเรื่องง่ายไปได้ และถือว่าซีพีเป็นผู้ให้กำเนิดอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ในประเทศไทย จนเราสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ ซึ่งจากรูปแบบนี้ เราได้ขยายต่อยอดเป็นนวัตกรรมการเลี้ยงสุกร การเลี้ยงกุ้ง พืชไร่ เมล็ดพันธุ์พืชผสม ได้ผลผลิตมากขึ้นจากเดิม  

 “17 ปี ที่ผ่านมา ท่านประธานอาวุโส (ธนินท์ เจียรวนนท์) มีความคิดว่า เอาเรื่องนวัตกรรม เอาเทคโนโลยีความรู้มาเผยแพร่ให้อยู่ในหมู่พนักงาน ไมใช่อยู่เฉพาะนักวิชาการ นักวิจัย หรือวิศวกร ท่านมีดำริให้จัดการประกวดขึ้น แต่ละบริษัทมาประกวดแข่งกัน นี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของงานนวัตกรรมที่ทำต่อเนื่องมาถึงวันนี้” นายอาชว์ กล่าว

พร้อมระบุว่า โลกในวันนี้ และโลกในอนาคตเปลี่ยนแปลงได้อีกมาก โดยยึดถือค่านิยม 6 ประการ เริ่มต้นจากยอมรับการเปลี่ยนแปลง และนำมาสู้การคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ทำให้สิ่งต่าง ๆ ง่ายขึ้น ทำอย่างไรให้มีคุณภาพบนพื้นฐานของคุณธรรมก็จะนำไปสู่ประโยชน์ต่อสังคม บริษัทได้ จะทำให้เกิดนวัตกรรมขึ้นได้ และองค์กรของเราก็จะเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม 

ขณะที่ นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส และประธานคณะกรรมการด้านนวัตกรรม เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP ได้กล่าวแสดงความยินดี และขอบคุณพาร์ทเนอร์ และผู้บริหารตัวแทนจากกลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีทั้ง 30 องค์กร ซึ่งถือเป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ในการช่วยขับเคลื่อน และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง (Transform) สู่องค์กรที่คิดค้นและ สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง 

นายศุภชัย อ้างอิงคำกล่าวของ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส ที่เคยให้ข้อคิดเปรียบเทียบว่า “ถ้าเราเอาวันนี้ไปปลูกต้นไม้หนึ่งต้น เมื่อเวลาผ่านไป ต้นไม้นั้นก็เติบโตออกผล แต่ถ้าเราเอาวันนี้ไปเที่ยวเล่น สร้างแต่ความบันเทิงให้ตัวเอง วันนี้ผ่านไป สิ่งเหล่านั้น เป็นแค่ความทรงจำหรือเสมือนความฝัน”

พร้อมขยายความนิยามของคำว่า นวัตกรรม ว่า มาจากคำว่า ทำสิ่งใหม่ เรื่องใหม่ ใช้ได้จริง และที่สำคัญที่สุด คือ การสร้างคุณค่า เพื่อลูกค้า ผู้บริโภค ประเทศชาติ ประชาชน และสังคมโลก

“ฝากแนวคิดการทำงานสำหรับผู้บริหารและนวัตกรว่า เราต้องกล้าที่จะเสียสละ ลองผิดลองถูก ล้มแล้วลุก ล้มแล้วเรียนรู้ ล้มหลาย ๆ ครั้ง ทดลองหลาย ๆ ครั้ง จนกว่าจะประสบความสำเร็จ และแม้ว่าจะประสบความสำเร็จแล้ว ก็ยังคงต้องรังสรรค์สร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นจิตวิญญาณ และวัฒนธรรมองค์กรที่ต้องร่วมกันสร้างขึ้น” นายศุภชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้ส่งเสริมนวัตกรรมจนกลายเป็นวัฒนธรรมของ CPF ภายใต้บริบทความเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งด้านการเงิน ความยั่งยืน ภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการ disruption ของ AI ที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งตอกย้ำว่า องค์กรจำเป็นต้องมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรม ปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ กระบวนการทางธุรกิจ และรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์