วันนี้ (20 ต.ค.2569) นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่เดือน ก.ย.2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการในหลายจังหวัด กระทรวงการคลังร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบภัย ครอบคลุมทั้งการลดภาระหนี้ การจัดหาเงินทุนฟื้นฟูอาชีพและธุรกิจ ตลอดจนมาตรการภาษี เพื่อให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตและผู้ประกอบการกลับมาเปิดกิจการได้โดยเร็ว
คลังอัดมาตรการเยียวยาน้ำท่วม พักหนี้–ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ
พักหนี้ 6 เดือน–สินเชื่อซ่อมบ้านดอกเบี้ยเริ่ม 0%
มาตรการด้านการเงินกำหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจพิจารณาพักชำระเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ย ลดอัตราดอกเบี้ย หรือขยายเวลาชำระหนี้ตามความเหมาะสม โดยผู้ประกอบการได้รับความช่วยเหลือเป็นระยะเวลา 6 เดือน ขณะที่ผู้ประสบภัยที่ต้องซ่อมแซมบ้านสามารถขอสินเชื่อจากธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย วงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0–1.99% ต่อปี และผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี
ส่วนประชาชนที่ต้องการเงินฉุกเฉิน ธนาคารออมสินให้สินเชื่อเสริมสภาพคล่องไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก ขณะที่ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรเพื่อเสริมสภาพคล่องและซ่อมแซมอุปกรณ์การเกษตร สำหรับผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อจากธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลาม และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0–3.25% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี
คลังอัดมาตรการเยียวยาน้ำท่วม พักหนี้–ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ
นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนชั่วคราวไม่เกิน 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้ไม่เกิน 1 ปี พร้อมให้ลูกหนี้ที่ใช้บริการค้ำประกันสินเชื่อกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พักชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันและค่าจัดการการค้ำประกัน ขณะที่ ธอส. มีมาตรการประนอมหนี้และเร่งรัดการจ่ายสินไหมสำหรับลูกค้าที่ทำประกันอัคคีภัยตามเงื่อนไข
อัด Soft Loan 3 หมื่นล้าน ฟื้นธุรกิจ
ด้านการฟื้นฟูผู้ประกอบการ ธนาคารออมสินจัดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงิน 30,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ค่าใช้จ่ายจำเป็น และซ่อมแซมสถานประกอบการที่เสียหาย โดยกำหนดดอกเบี้ยไม่เกิน 3.50% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก และไม่เกิน 5% ต่อปีในปีที่ 3–5 วงเงินกู้รวมทุกสถาบันการเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี
คลังอัดมาตรการเยียวยาน้ำท่วม พักหนี้–ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ
นอกจากนี้ยังมีมาตรการลดหย่อนภาษีซ่อมบ้าน–รถสูงสุด 1.3 แสนบาท และมาตรการภาษีประกอบด้วยการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับเครื่องจักรและชิ้นส่วนที่นำเข้ามาทดแทนหรือซ่อมแซมความเสียหายจากอุทกภัย สำหรับกิจการโรงงานและโรงแรมที่เข้าเกณฑ์ โดยใช้มาตรการชั่วคราวถึงวันที่ 31 มี.ค.2570
ขณะเดียวกัน บุคคลธรรมดาที่ทรัพย์สินเสียหายจากอุทกภัยระหว่างวันที่ 15 พ.ค.–31 ธ.ค.2569 ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศ สามารถนำค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงมาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยค่าซ่อมบ้านและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องไม่เกิน 100,000 บาท และค่าซ่อมรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 30,000 บาท ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
สำหรับผู้มีหน้าที่เสียภาษีในพื้นที่ประสบภัยที่เข้าเงื่อนไข กรมสรรพากรขยายกำหนดยื่นแบบและชำระภาษีที่ครบกำหนดระหว่างวันที่ 1 ก.ย.–29 ธ.ค.2569 ออกไปถึงวันที่ 30 ธ.ค.2569 ครอบคลุมภาษีหลายประเภททั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ส่วนกรมสรรพสามิตขยายเวลายื่นแบบและชำระภาษี รวมถึงยื่นงบเดือนของผู้ประกอบการที่เข้าเกณฑ์ จากเดือน ก.ย.–ต.ค.2569 ไปถึงวันที่ 15 พ.ย.2569 พร้อมขยายเวลายื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตสุรา ยาสูบ และไพ่ตามเงื่อนไขที่กำหนด
คลังอัดมาตรการเยียวยาน้ำท่วม พักหนี้–ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ
จัดประกันภัยกลุ่ม คุ้มครองน้ำท่วม–ภัยพิบัติ
นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และสำนักงาน คปภ. ร่วมจัดโครงการประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่มและประกันอุบัติเหตุกลุ่ม มีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 ถึง 1 ต.ค.2570 ครอบคลุมอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยประกันภัยที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน วงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือน ส่วนประกันอุบัติเหตุกลุ่มคุ้มครองกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติ วงเงินรวมสูงสุด 2 ล้านบาทต่อคน
นายวินิจกล่าวว่า การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมไม่ได้จำกัดเพียงการซ่อมแซมบ้านหรือสถานประกอบการ แต่ต้องช่วยให้ประชาชนกลับมามีรายได้และมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต มาตรการครั้งนี้จึงมุ่งลดภาระทางการเงิน ควบคู่กับการเติมเงินทุนและลดข้อจำกัดในการฟื้นฟู เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถกลับมาประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจได้ตามปกติโดยเร็ว
อ่านข่าว:
ครม.ไฟเขียวงบกลาง 10,500 ล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม
"ชัชชาติ" ย้ำบ้านพักราชการไม่มีสิทธิรับเงินเยียวยาน้ำท่วม - กทม.อนุมัติแล้ว 4 แสนราย
"ภราดร" เผย ปภ.ชงเข้า ครม.วันนี้ ของบฯ 10,500 ล้านเยียวยาน้ำท่วม