
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ซาอุดีอาระเบียวางแผนจัดเก็บน้ำมันดิบไว้ที่คลังเก็บน้ำมันใต้ดินจูร่ง (Jurong Rock Caverns) ของสิงคโปร์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอุปทานพลังงานในภูมิภาค
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังสหรัฐและอิสราเอลทำสงครามโจมตีอิหร่านในเดือนก.พ. ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการขนส่งพลังงานมายังเอเชียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้หลายประเทศต้องระบายน้ำมันสำรองออกมาใช้ และทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับระดับปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลก
ก่อนเกิดสงครามดังกล่าว ภูมิภาคเอเชียนำเข้าน้ำมันประมาณ 2 ใน 3 จากตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ นายตัน ซี เล็ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน การค้า และอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ กล่าวในการประชุม Singapore International Energy Week ว่า “ซาอุดีอาระเบียและสิงคโปร์ขอประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการจัดทำข้อตกลงเพื่อจัดเก็บน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียไว้ที่คลังเก็บน้ำมันใต้ดินจูร่ง ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2027”
“ข้อตกลงนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงด้านพลังงานของสิงคโปร์ ในกรณีที่เกิดการหยุดชะงักของอุปทาน”
นายตันระบุว่า บริษัท ซาอุดี อารัมโก จะลงนามในบันทึกความเข้าใจกับสำนักงานกำกับดูแลตลาดพลังงานของสิงคโปร์ และบริษัท เจทีซี คอร์ป โดยตั้งเป้าที่จะเจรจาข้อตกลงให้แล้วเสร็จภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า
ด้านเจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน ซัลมาน อัลซาอูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบีย กล่าวผ่านวิดีโอที่เผยแพร่ในการประชุมว่า “การนำแหล่งน้ำมันเข้ามาใกล้ตลาดสำคัญในเอเชียมากขึ้น จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเครือข่ายการจัดส่งของเรา และสนับสนุนความมั่นคงด้านอุปทาน ตลอดจนความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ของสิงคโปร์”
ทั้งนี้ คลังเก็บน้ำมันใต้ดินบนเกาะจูร่ง ซึ่งตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 150 เมตร สามารถจัดเก็บสารไฮโดรคาร์บอนเหลว เช่น น้ำมันดิบและคอนเดนเสท ได้สูงสุด 1.47 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 9 ล้านบาร์เรล
นอกจากนี้ ซาอุดี อารัมโก ยังมีการจัดเก็บน้ำมันดิบในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลของประเทศดังกล่าวจะได้รับสิทธิ์ซื้อน้ำมันที่จัดเก็บไว้ในคลังก่อน ในกรณีที่เกิดภาวะขาดแคลนอุปทานน้ำมันอย่างไม่คาดคิด
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ