ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นในวันนี้ โดยดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นกว่า 600 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นเช่นกัน ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน
ณ เวลา 22.04 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] บวก 620.40 จุด หรือ 1.19% สู่ระดับ 52,586.43 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 [SP500.X] และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] บวก 0.60% และ 0.46% ตามลำดับ
ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ร่วงลงในช่วงแรก ขณะที่นักลงทุนโยกเงินลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความกังวลที่ว่า บริษัทดังกล่าวอาจใช้จ่ายเงินลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากเกินไป
หุ้นของบริษัท 3M ช่วยหนุนให้ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 4% หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีกว่าคาด และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการตลอดทั้งปี 2569
หุ้นของบริษัท Northrop Grumman และ RTX ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้น 6% และ 1% ตามลำดับ หลังบริษัททั้งสองประกาศผลประกอบการดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันร่วงลง หลังจากพุ่งขึ้นก่อนหน้านี้ และได้ช่วยหนุนบรรยากาศการซื้อขายในตลาด
นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเริ่มต้นสร้างบ้านต่ำกว่าคาดในเดือนก.ย.
หุ้น Micron Technology, Intel และ Sandisk ปรับตัวขึ้น 1% ส่วนหุ้น Seagate Technology และ Advanced Micro Devices หรือ AMD ดีดตัวขึ้น 2% และ 1% ตามลำดับ
นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า รวมทั้งการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 85.1% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนต.ค.
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 90.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ