‘เอกนิติ’ ชี้ไทยยังเป็น Safe Haven ปรับเกม BOI คัดลงทุนคุณภาพ ดัน AI-Smart Electronics สร้างมูลค่าเพิ่มไทย

Published on 7 ก.ย. 2026

เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และในฐานะประธานกรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บอร์ด BOI) เปิดเผยว่า ปัจจุบันเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากไทยยังถูกมองเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Haven) ของการลงทุนในภูมิภาค ทั้งนี้รัฐบาลได้มีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้มีการคัดเลือกโครงการคุณภาพที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มื(Value Added) ให้กับประเทศไทยได้จากเดิมที่เคยมุ่งเน้นเพียงจำนวนโครงการ และมูลค่าของการลงทุนรวม เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ และอำนาจต่อรองดึงดูดเฉพาะการลงทุนที่ยกระดับเศรษฐกิจไทยได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมัยใหม่

นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะเดียวกันรัฐบาลพยายามมุ่งเป้าหมายเข้าไปคว้าโอกาสในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์(AI)และชิ้นส่วน อุปกรณ์ หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์(Smart Electronics)เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มาจากสองกลุ่มข้างต้นมีเม็ดเงินลงทุนมากกว่า 250,000 ล้านบาท เป็นอันดับ 1 ของการลงทุนจากยอดรวมการลงทุนจริงทั้งหมด 500,000 ล้านบาท

นายเอกนิติ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แม้กระแสข่าวส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่การลงทุนศูนย์ข้อมูล(Data Center)มาเป็นอันดับ 1 แต่ในข้อเท็จจริง กลุ่ม AI และ Smart Electronics มาเป็นอันดับ 1 โดยเฉพาะเทคโนโลยีตัวรับส่งสัญญาณแสงความเร็วสูง(Optical Transceiver) ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการทำงานเบื้องหลังของโซเชียลมีเดีย และฐานผลิตใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของโลกตั้งอยู่ในประเทศไทย

“นับตั้งแต่เข้ามานั่งในบอร์ด Data Center ได้มีการสั่งระงับการส่งเสริมการลงทุนไปก่อน เพื่อพิจารณาเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมและคำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดควบคู่ เพราะโลกเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว และไทยจำเป็นต้องมีการเลือกเทคโนโลยีใหม่ที่ดีที่สุด และค่อยต่อยอดเพิ่มเติมให้เป็นระบบนิเวศเทคโนโลยีใหม่ที่สมบูรณ์ และยังทำให้เกิดการจ้างแรงงานทักษาสูง”นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า นอกจากนี้รัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมดั่งเดิม และพลังงานฟอสซิลเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงลงไปสู่ผู้ประกอบการในประเทศ และแรงงาน เพื่อไม่ให้ไทยกลายเป็นผู้แพ้ในยุคเศรษฐกิจสมัยใหม่ ซึ่งได้ดำเนินการผ่านโครงการมาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่(Thailand Skill Bridge)เชื่อมเข้ากับสถาบันการศึกษา ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะทำให้คนไทยก้าวไปอยู่ในจุดที่สูงขึ้น และมีรายได้ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน