หลังจากที่ Samsung Galaxy S26 FE เปิดตัวออกมา และมีราคาเริ่มต้นเพียง 24,900 บาท และถ้าให้เทียบกับอีกรุ่นจากฝั่งคู่แข่งอย่าง Apple ก็จะมี iPhone 17e ที่ราคาพอๆ กันอยู่ที่ 22,900 บาทเท่านั้น ดังนั้นใครที่กำลังจะซื้อมือถือรุ่นใหม่ และเลือกไม่ถูกว่าจะไปทางไหนดีระหว่างสองรุ่นนี้
วันนี้เราเลยจะมาเปรียบเทียบ Samsung Galaxy S26 FE vs iPhone 17e ให้ดูว่าทั้งสองรุ่นที่มีสเปคบางส่วนยืมสเปคระดับท็อปมา แต่ละรุ่นมีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกล้องถ่ายรูป สายเล่นเกมหนักๆ สายลุยงาน หรือคนที่อยากได้เครื่องที่ใช้ยาวๆ แบบสบายใจ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า ซื้อรุ่นไหนจะคุ้มกว่ากัน และรุ่นไหนตรงกันสไตล์การใช้งานแบบไหนบ้างไปดูกันเลย
สรุป Samsung Galaxy S26 FE vs iPhone 17e จะเลือกซื้อรุ่นไหนดี รุ่นไหนเหมาะกับใครบ้าง?
| Samsung Galaxy S26 FE | iPhone 17e | |
| ขนาด/ น้ำหนัก | 161.6 x 76.9 x 7.4 มม./ 193 กรัม | 146.7 x 71.5 x 7.8 มม./ 170 กรัม |
| สี | น้ำเงิน, เทา, เขียว | ดำ, ขาว, ชมพูอ่อน |
| หน้าจอ | Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) | Super Retina XDR แบบ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว (2532 x 1170 พิกเซล) |
| Refresh Rate/ ความสว่าง | 120Hz/ 1900 nits | 60Hz/ 1200 nits |
| CPU | Exynos 2500 | Apple A19 |
| RAM | 8GB | 8GB |
| ROM | 128GB/ 256GB | 256GB/ 512GB |
| ระบบปฏิบัติการ | One UI 9.0 พื้นฐาน Android 17 | iOS26 |
| AI | Galaxy AI | Apple Intelligence |
| การเชื่อมต่อ | 5G, Wi-Fi 6, Bluetooth 5.3, NFC, USB-C 2.0 | 5G, WI-FI 6E, Bluetooth 5.4, NFC, USB-C 2.0 |
| กล้องหน้า | 12MP | 12MP |
| กล้องหลัง | หลัก: 50MP อัลตร้าไวด์: 12MP เทเลโฟโต้: 8MP | หลัก: 48MP |
| แบตเตอรี่ | 4,900 mAh/ 45W | 4,005 mAh/ 20W ขึ้นไป |
| กันน้ำกันฝุ่น | IP68 | IP68 |
| ราคาล่าสุด | 128GB: 24,900 บาท 256GB: 28,900 บาท (Shopee/Lazada) | 256GB: 22,900 บาท 512GB: 30,900 บาท (Shopee/ Lazada) |
เปรียบเทียบสเปค Samsung Galaxy S26 FE vs iPhone 17e
ดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอ
เริ่มที่ดีไซน์ของ Samsung Galaxy S26 FE vs iPhone 17e ทั้งสองรุ่นนี้กันก่อน ที่ฝั่ง Galaxy S26 FE มาพร้อมหน้าจอและตัวเครื่องที่ใหญ่กว่า ทำให้มีน้ำหนักมากกว่า แต่ทว่ารุ่นนี้ก็บางกว่าด้วย นอกจากนี้ยังมีโมดูลกล้องแบบเรียงยาวลงมา 3 ตัวในขณะที่ iPhone 17e จะเป็นกล้องตัวเดียว มีขนาดกะทัดรัด ถือจับสบายมือและพกพาง่าย ทั้งคู่กันน้ำกันฝุ่น IP68 เหมือนกัน ดังนั้นในเรื่องหน้าตาขึ้นอยู่กับความชอบเลยตรงนี้

จุดที่ต่างกันตามที่ได้บอกไปก็คือเรื่องของหน้าจอที่ Galaxy S26 FE มีหน้าจอขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว และมีอัตรารีเฟรชเรตลื่นกว่าถึง 120Hz ทำความสว่างได้มากกว่าถึง 1,900 nits สู้แสงแดดได้สบายๆ เล่นได้ลื่นๆ ในขณะที่ iPhone 17e ให้ขนาดหน้าจอมาที่ 6.1 นิ้ว สีสันสวนงามแต่ยังคงใช้อัตรารีเฟรชเรตที่ 60Hz และสว่างได้แค่ 1200 nits เท่านั้น ทำให้เรื่องความลื่นไหลและความสว่างยังสู้ไม่ได้ ที่สำคัญคือ 17e ยังมีรูกล้องหน้าเป็นรอยบากอยู่เลย ซึ่งทาง S26 FE เป็นเจาะรูไปนานแล้ว
ประสิทธิภาพของชิปประมวลผล ระบบปฏิบัติการ และ AI
ขุมพลังของ Samsung Galaxy S26 FE vs iPhone 17e ทั้งคู่ถือว่าเป็นชิประดับท็อปทั้งคู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ชิปใหม่จนถึงขั้นเรือธงของซีรีส์ล่าสุด แต่ก็ยังมีความแรงใช้งานได้ดีเยี่ยมเหมือนกัน โดยตัว Galaxy S26 FE ใช้ชิป Exynos 2500 สถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร มาพร้อมกับ RAM 8GB ทำงานบนระบบ One UI 9 บน Android 17 รองรับ Samsung DeX สำหรับใช้งานเป็นเดสก์ท็อปได้ด้วย

ส่วน iPhone 17e ขับเคลื่อนด้วยชิป Apple A19 รุ่นเดียวกับที่เคยใช้ในรุ่นเรือธง ดันเฟรมเรตเกมได้นิ่งสุดๆ พร้อมรองรับ Apple Intelligence บนระบบปฏิบัติการ iOS ได้ด้วย ถ้าวัดเรื่องความแรงเพียวๆ การประมวลผลกราฟิก และความเสถียรในระยะยาว ฝั่ง iPhone 17e จะทำได้นิ่งกว่า แต่หากชอบความหลากหลาย ปรับแต่งได้เยอะ ฟีเจอร์ AI และการทำงานที่ยืดหยุ่น Samsung ก็จะตอบโจทย์ได้หลากหลายกว่า


เพราะถ้าเทียบกันตามการใช้งาน AI ที่ S26 FE นั้นมี Galaxy AI ที่มาเหนือมากๆ ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น My FanCam, Now Brief, Now Nudge และของ Google AI ที่เข้ามาช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ ไม่ใช่แค่เรื่องการทำงานทั่วไปอย่างเดียว แต่เรื่องการถ่ายรูป การแต่งรูป และอื่นๆ ต้องยอมรับว่าของ Samsung ทำได้ดีกว่าจริงๆ ในขณะที่ Apple Intelligence ของ iPhone 17e ในรุ่นนี้จะมีฟีเจอร์การลบออก แปลข้อความ และค้นหาภาพก็พอจะทำได้อยู่ แต่ถ้าให้เทียบกันความสนุกและการใช้งานที่เยอะกว่าก็ต้องยอมให้ของ Samsung
ทั้งนี้ตัว Galaxy S26 FE เริ่มต้นความจุภายในที่ 128GB และมี 256GB ให้เลือก ส่วนทางฝั่ง iPhone 17e จะมีความจุเริ่มต้นขึ้นมาเป็น 256GB และมีตัวเลือก 512GB ด้วย ทำให้คนที่อยากได้ความจุเยอะๆ อย่างการเก็บรูป วิดีโอ และแอปพลิเคชันได้แบบเหลือๆ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นก็น่าจะหันไปมองฝั่ง 17e มากกว่า
แบตเตอรี่และการชาร์จ
มาดูที่เรื่องแบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy S26 FE vs iPhone 17e ทั้งสองรุ่นนี้กันบ้าง ที่ทางฝั่งของ Galaxy S26 FE ให้แบตเตอรี่มามากกว่าถึง 4,900 mAh และยังรองรับการชาร์จไวได้ถึง 45W เลยทีเดียว ในขณะที่ด้านของ iPhone 17e จะให้แบตมาประมาณ 4,005 mAh ซึ่งต่างกันเกือบ 1,000mAh เลย และชาร์จไวได้ 20W ขึ้นไป


แต่ถ้าดูจากหน้าสเปคชีตจริงๆ ทั้งสองรุ่นนี้ก็ใช้งานได้ต่างกันอยู่ประมาณนึงเท่านั้น เพราะว่า S26 FE สามารถดูวิดีโอต่อเนื่องได้สูงสุด 29 ชม. ส่วนของ Phone 17e จะดูได้ต่อเนื่อง 26 ชม. ต่างกันอยู่ประมาณ 3 ชั่วโมง อาจเป็นเพราะชิปและตัวสเปคที่ไม่ได้กินแบตมากนัก แต่ที่ดูจะได้เปรียบหน่อยก็คือรองรับ MagSafe ได้นี่แหละ เพราะว่า S26 FE ไม่มีแม่เหล็กติดด้านหลังนี่แหละ
กล้องหน้าและกล้องหลัง


ปิดท้ายด้วยเรื่องกล้องหน้าและกล้องหลังของ Samsung Galaxy S26 FE vs iPhone 17e ที่น่าจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจสำหรับสายถ่ายรูปได้ดีเลย เพราะว่า Galaxy S26 FE มีกล้องหลัง 3 ตัวครอบ คือมีกล้องหลัก 50MP กันสั่น OIS กล้อง Ultra-Wide 12MP และกล้อง Telephoto 8MP ซูมแบบ Optical Zoom 3 เท่า ถ่ายวิดีโอได้สูงสุดถึงระดับ 8K พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 12MP
ส่วนทางด้านของ iPhone 17e มาพร้อมกล้องหลังตัวเดียวความละเอียด 48MP Fusion Camera แต่ก็ถ่ายได้คมชัด และสามารถครอปออกมาเป็นฟีเจอร์ Telephoto 2x ได้คุณภาพระดับออปติคัลได้ในตัวเหมือนกัน และถ่ายวิดีโอได้ในระดับ 4K เท่านั้น
สรุปคือ Samsung ได้เปรียบเรื่องการถ่ายที่ทำได้หลากหลายกว่ามากๆ เพราะมีทั้งเลนส์มุมกว้าง และเลนส์ซูมแบบออปติคอล 3x ในตัวอยู่แล้ว ส่วน iPhone จะเน้นเรื่องถ่ายปกติทั่วไป ถ่ายได้รูปแบบเดียวสวยๆ ไปเลย ตรงนี้ถ้าใครเน้นเรื่องกล้อง และการถ่ายที่หลากหลายกว่าก็แนะนำว่าไปทาง S26 FE จะคุ้มกว่า
สรุป Samsung Galaxy S26 FE vs iPhone 17e จะเลือกซื้อรุ่นไหนดี รุ่นไหนเหมาะกับใครบ้าง?
จากการเปรียบเทียบสเปคของ Galaxy S26 FE vs iPhone 17e กันไปแล้ว ขอสรุปให้แบบง่ายๆ ว่าให้ลองมองที่ไลฟ์สไตล์การใช้งานประจำวันของตัวเองเป็นหลักก่อนเลย เพราะเรื่องของราคาอาจจะต้องมาเทียบกันทีหลัง


โดยตัวของ Galaxy S26 FE จะเหมาะมากกับสายบันเทิงที่ชอบจอใหญ่ เล่นได้ลื่นๆ รวมถึงคนที่ชอบถ่ายรูปหลากหลาย ชอบซูม สายคอนฯ สายครีเอเตอร์ได้ไปคือจบ และยิ่งใครอยากได้ AI มาใช้งานด้วยเป็นหลักก็ยิ่งตอบโจทย์ได้มากกว่า พร้อมแบตเตอรี่และการชาร์จไวที่ดีกว่าด้วย
ส่วนทางด้านของ iPhone 17e จะตอบโจทย์คนที่ชอบมือถือไซซ์กะทัดรัด ถือจับมือเดียวสบาย พกพาง่าย เน้นความแรงและความเสถียรในระยะยาว ความจุเยอะในราคาที่พอๆ กัน เล่นเกมได้นิ่งและจัดการพลังงานได้ดี คนที่ชอบถ่ายรูปทั่วไปหรือถ่ายวิดีโอทำคอนเทนต์ในมุมเดียว และคนที่ชอบโทนรูปภาพที่เป็นธรรมชาติ รวมถึงคนที่ใช้งานอุปกรณ์ Apple อื่นๆ อยู่แล้ว และอยากได้เครื่องที่ใช้ยาวๆ 4-5 ปีแบบสบายใจในระดับเริ่มต้น
สรุปได้ว่าถ้าเน้นความบันเทิง จอใหญ่ กล้องซูมสวย คุ้มฟังก์ชันและชอบ AI ให้เลือกไปที่ Samsung Galaxy S26 FE แต่ถ้าเน้นความแรง เครื่องนิ่ง ถ่ายทั่วไปสวย พกพาง่าย และใช้ยาวๆ แบบไม่งอแง iPhone 17e ก็คือคำตอบได้เหมือนกัน