ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ยังเผชิญทั้งกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้า การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด และลูกค้าบางส่วนที่ชะลอการตัดสินใจเพื่อรอดูมาตรการภาครัฐ
มงกุฎ เตโชฬาร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวราบและการตลาด SC Asset กล่าวว่า โดยปกติไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความคึกคักมากขึ้น ขณะที่บริษัทมองว่าไตรมาส 4 ปีนี้มีโอกาสกลับมาดีขึ้น จากการทยอยเปิดตัวโครงการใหม่

🟥 ไม่เน้นลดราคา แต่บริหารต้นทุนให้บ้านแข่งขันได้
มงกุฎ กล่าวต่อว่า การแข่งขันในปีนี้ไม่ได้รุนแรงกว่าปีก่อนมากนัก เพราะผู้ประกอบการต่างได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดเหมือนกัน
ดังนั้น SC จึงไม่ได้เลือกใช้การลดราคาเป็นคำตอบหลัก แต่จะเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น
“สุดท้ายแล้ว ลดราคาไป แต่ผลิตภัณฑ์ไม่ตอบโจทย์ ลูกค้าก็ไม่ยอมรับ”
แนวทางของบริษัทคือการบริหารต้นทุนด้วยการตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก โดยไม่ลดพื้นที่ใช้งานจริง เพื่อให้สามารถพัฒนาบ้านที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ลูกค้าและอยู่ในระดับราคาที่แข่งขันได้
โดยอีกแนวคิดที่นำมาใช้คือการออกแบบบ้านให้มีความยืดหยุ่น คล้ายกับ “LEGO Concept” หรือแนวคิดการออกแบบบ้านที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามการใช้งานของผู้อยู่อาศัย เช่น การเชื่อมพื้นที่บางส่วนเข้าด้วยกันเมื่อสมาชิกในครอบครัวมีจำนวนไม่มาก และต้องการพื้นที่ส่วนกลางมากขึ้น

🟥 นำเสียงลูกค้ามาพัฒนาบ้าน
การพัฒนาสินค้าของ SC ไม่ได้มาจากการคาดการณ์ของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่มีการเก็บข้อมูลจากลูกค้าที่เข้าอยู่อาศัยจริง
หนึ่งในวิธีที่บริษัทใช้คือ Executive Home Visit โดยผู้บริหารลงพื้นที่ไปดูบ้านของลูกค้าที่อยู่อาศัยมาหลายปี เพื่อดูว่าพื้นที่ต่าง ๆ ถูกใช้งานจริงอย่างไร
ขณะเดียวกัน บริษัทยังนำข้อมูล Voice of Customer หรือ VOC จากลูกค้ามาพูดคุยกับทีมออกแบบเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้เห็นปัญหาและความต้องการที่เกิดขึ้นจริง
ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปพัฒนาภายใต้แนวคิด Live and Learn Home หรือ “บ้านที่ปรับไปตามชีวิตที่เปลี่ยน” โดยพัฒนาฟังก์ชันต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย เช่น Double Living, Open Space Living, Equitable Bedroom, Secondary Pantry และ His & Her Walk-in Closet

🟥บ้าน 20–30 ล้านยังมีกำลังซื้อ ส่วน 10–20 ล้านเตรียมแก้เกม
สำหรับตลาดแต่ละระดับราคา SC มองเห็นความแตกต่างของกำลังซื้อค่อนข้างชัด
กลุ่มบ้านราคา 20–30 ล้านบาทขึ้นไปยังเป็นกลุ่มที่มีความแข็งแรง โดยเฉพาะลูกค้าที่ซื้อด้วยเงินสด บริษัทจึงต้องการขยายฐานลูกค้า High Net Worth ให้มากขึ้น
ส่วนลูกค้าที่ต้องใช้สินเชื่อยังได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขการกู้ที่เข้มงวดขึ้น โดย SC มีความร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพในการนำเงินฝากมาใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อบ้าน ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว
ขณะที่บ้านราคา 10–20 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดของ Bangkok Boulevard บริษัทมองว่ายังมีโจทย์ที่ต้องแก้ หลังช่วงที่ผ่านมาแข่งขันได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยเตรียมเปิดตัวบ้านซีรีส์ใหม่ในเดือนพฤศจิกายนนี้
อีกกลุ่มที่ได้รับการตอบรับดีคือบ้านราคา 7–12 ล้านบาท โดยเฉพาะซีรีส์ Mid-Century Modern ที่เปิดตัวในทำเลศรีวารี พร้อมฟังก์ชัน Double Living ซึ่งมียอดจองล่วงหน้ามากกว่า 200 ล้านบาท
จากผลตอบรับดังกล่าว SC เตรียมนำแนวคิดไปขยายต่ออีก 3 ทำเล ได้แก่ วิภาวดีบริเวณโรงกษาปณ์ หลักสี่-คลองหลวง, คลองศาสตร์ และมอเตอร์เวย์-พระราม 9

🟥SC ตั้งเป้าปิดการขาย 19 โครงการ มูลค่ากว่า 25,600 ล้านบาท
SC ตั้งเป้าปิดการขายโครงการแนวราบที่อยู่ในพอร์ตประมาณ 19 โครงการภายในปี 2569 คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 25,600 ล้านบาท เพื่อบริหารพอร์ตโครงการและลดจำนวนบ้านที่เหลือในแต่ละโครงการ
ปัจจุบันบริษัทปิดการขายแล้ว 4 โครงการ ได้แก่ คอนนาเซอร์ พัฒนาการ, แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า, วี คอมพาวด์ ติวานนท์-รังสิต และเวิร์คเพลส รามอินทรา-พระยาสุเรนทร์
ส่วนอีก 15 โครงการอยู่ระหว่างการเร่งปิดการขาย อาทิ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขสวัสดิ์-พระราม 3, แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด กรุงเทพกรีฑา และบางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต
ด้านการบริหารสต็อก บริษัทพยายามควบคุมจำนวนบ้านที่เหลือในแต่ละโครงการให้อยู่ในระดับต่ำ โดยปัจจุบันบางโครงการมีบ้านเหลือประมาณ 1–2 ยูนิต และเมื่อรวมทั้งกลุ่มแล้วมีจำนวนไม่เกิน 5 ยูนิต