ฝรั่งเศสเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับสินค้าแฟชั่นราคาถูก ซึ่งอาจสูงถึงเกือบ 20 ยูโรต่อชิ้น (ประมาณ 771.16 บาท) ภายในปี 2030 เนื่องจากรัฐบาลพยายามควบคุมการขายเสื้อผ้าแบบฟาสต์แฟชั่นที่จำหน่ายโดยเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
ค่าธรรมเนียมดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นไปตามกฎหมายใหม่ที่ผ่านการอนุมัติในเดือนมิถุนายน เพื่อควบคุมบริษัทที่เรียกว่า ‘ฟาสต์แฟชั่น (Fast Fashion)’ เช่น Shein Temu และ AliExpress
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ของจีนมองว่ากฎหมายนี้ของฝรั่งเศสเป็นการเลือกปฏิบัติและเป็นอุปสรรคทางการค้า โดยกล่าวว่าอาจละเมิดหลักการขององค์การการค้าโลก (WTO)
Mathieu Lefevre รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนผ่านทางนิเวศวิทยาฝรั่งเศส กล่าวว่า ผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของฟาสต์แฟชั่น เป็นสิ่งที่ใครๆ ต่างทราบกันดีอยู่แล้ว
ย้อนไปเมื่อเดือนกรกฎาคม สำนักงานของ Lefevre กล่าวว่า ค่าธรรมเนียมนี้จะไม่ใช้กับผู้ค้าปลีกเช่น H&M หรือ Zara ซึ่งถูกมองว่าเป็นบริษัทที่ผลิตฟาสต์แฟชั่นเช่นกัน ทำให้บางคนมองว่ามาตรการนี้ดูเหมือนจะยกเว้นบริษัทในยุโรป
กฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดสินค้าฟาสต์แฟชั่นแบบพิเศษ (Ultra-Fast Fashion) โดยจะพิจารณาจากสองปัจจัย ได้แก่ ปริมาณเสื้อผ้าที่วางจำหน่ายในตลาด และต้นทุนในการซ่อมแซมเสื้อผ้าเมื่อเทียบกับราคาซื้อ โดยค่าธรรมเนียมต่อชิ้นจะแตกต่างกันไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และขึ้นอยู่กับคะแนนของแต่ละผลิตภัณฑ์ในทั้งสองมาตรฐานนี้
ในปี 2026 ค่าธรรมเนียมมีตั้งแต่ 0.50 ยูโร (ประมาณ 19.29 บาท) สำหรับชุดชั้นใน ไปจนถึง 2 ยูโร (ประมาณ 77.14 บาท) สำหรับเสื้อยืด, 9 ยูโร (ประมาณ 347.14 บาท) สำหรับกางเกงยีนส์ และ 12 ยูโร (ประมาณ 462.85 บาท) สำหรับแจ็คเก็ต ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมอาจสูงถึง 19.50 ยูโร (ประมาณ 752.13 บาท) ต่อชิ้น ภายในปี 2030 แต่เพดานยังคงอยู่ที่ร้อยละ 50 ของราคาสินค้าก่อนหักภาษี
ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ Shein บริษัทค้าปลีกแฟชั่นที่ก่อตั้งในประเทศจีนและมีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ มีมูลค่า 26.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 872.434 พันล้านบาท) ในวันแรกของการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งบริษัทนี้เคยมีมูลค่าประมาณเกือบ 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,330 พันล้านบาท)
ก่อนหน้านี้ Shein ได้ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวบีบีซีว่า ผลกระทบของกฎหมายที่มุ่งเป้าไปที่ฟาสต์แฟชั่นแบบพิเศษจะทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสแย่ลง ขณะที่พวกเขากำลังรู้สึกถึงผลกระทบจากวิกฤตค่าครองชีพอยู่แล้ว
ขณะที่ Temu บอกว่า ทางแบรนด์ได้ตระหนักถึงข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งระบุไว้ในร่างกฎหมายของฝรั่งเศส และแย้งว่าบริษัทไม่ได้ดำเนินธุรกิจในฐานะบริษัทฟาสต์แฟชั่น เพราะเป็นเพียงแพลตฟอร์มการขายสินค้าออนไลน์ ไม่ได้ผลิตสินค้าเอง
อ้างอิงจาก