ดีอีเปิด “TH-AI Passport” ยอดสมัครทะลุ 1.3 ล้าน ยกระดับทักษะ AI คนไทย

Published on 28 ส.ค. 2026

สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดตัวโครงการ “TH-AI Passport” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อยกระดับความรู้และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี และเปิดโอกาสให้คนไทยสูงสุด 5 ล้านคนเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลก

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 มีผู้ลงทะเบียนแล้วมากกว่า 1.3 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ สะท้อนความตื่นตัวและความต้องการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของคนไทย ก่อนที่แพลตฟอร์ม AiPASS จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

กลุ่มผู้ลงทะเบียนครอบคลุมทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปจากทุกภูมิภาคของประเทศ โดยโครงการตั้งเป้าเปิดโอกาสให้คนไทยสูงสุด 5 ล้านคนเข้าถึงเครื่องมือ AI จากผู้พัฒนาชั้นนำมากกว่า 14 ราย รวมกว่า 30 โมเดล ควบคู่กับระบบการเรียนรู้และพัฒนาทักษะภายในแพลตฟอร์มเดียว

ประชาชนสามารถเลือกใช้ AI ให้เหมาะกับความต้องการ และนำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษา การทำงาน การประกอบอาชีพ และการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ

การเปิดตัวโครงการครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และเครือข่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยมีผู้แทนจาก Microsoft, Google และ NVIDIA เข้าร่วม พร้อมด้วยสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อร่วมประกาศความร่วมมือในการส่งเสริมความรู้และทักษะด้าน AI ให้แก่ประชาชน

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า AI กำลังเข้ามามีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน การศึกษา และบริการสาธารณะอย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมให้แก่คนไทยจึงเป็นภารกิจสำคัญภายใต้แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565-2570

แผนดังกล่าวมีเป้าหมายให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถนำเทคโนโลยีมาเพิ่มผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ข้อมูลจาก Microsoft AI Economy Institute ระบุว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 สัดส่วนประชากรวัยทำงานของไทยที่ใช้ Generative AI เพิ่มขึ้นเป็น 12.4% จาก 9.1% หรือขยายตัว 36.4% สะท้อนว่าคนไทยให้ความสนใจและเริ่มนำ AI มาใช้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้งาน Generative AI ของไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 17.8% และยังห่างจากประเทศที่นำ AI ไปใช้อย่างแพร่หลาย เช่น สิงคโปร์ ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 63.4%

“การแข่งขันของประเทศในยุคต่อไปจะไม่ได้ตัดสินกันที่ว่าใครมีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุด แต่อยู่ที่ว่าประเทศใดสามารถพัฒนาคนของตนเองให้ใช้เทคโนโลยีเป็นได้มากที่สุด AI จะมีคุณค่าก็ต่อเมื่ออยู่ในมือของคนที่รู้จักใช้ การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดจึงไม่ใช่เพียงการลงทุนในเครื่องมือ แต่คือการลงทุนในศักยภาพของคน” นายไชยชนกกล่าว

นายไชยชนกกล่าวเพิ่มเติมว่า ยอดลงทะเบียนมากกว่า 1 ล้านคนภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เป็นเครื่องยืนยันว่าคนไทยพร้อมเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยี โดย TH-AI Passport ไม่ได้มุ่งเพียงเปิดให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI แต่เป็นการวางรากฐานให้คนไทยก้าวจากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์และสร้างมูลค่าให้แก่ประเทศ

โครงการ TH-AI Passport มีกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมนักเรียน นักศึกษา บุคลากรภาครัฐ ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการ โดยมุ่งยกระดับความรู้ความเข้าใจด้าน AI หรือ AI Literacy ควบคู่กับการส่งเสริมการนำ AI ไปใช้งานจริง หรือ AI Adoption เพื่อพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพิ่มผลิตภาพ และสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล

สำหรับแพลตฟอร์ม AiPASS ได้รวบรวมโมเดล AI จากผู้พัฒนาชั้นนำมากกว่า 14 ราย รวมกว่า 30 โมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ประชาชนสามารถเลือกใช้โมเดลที่เหมาะกับงานแต่ละประเภท โดยไม่จำเป็นต้องแยกสมัครใช้บริการกับผู้ให้บริการหลายราย

โมเดลภายในแพลตฟอร์มรองรับการใช้งานด้านการสนทนา การเขียนโปรแกรม และการค้นคว้าเชิงลึก อาทิ GPT-5.6 Sol, o3 Deep Research, Claude Opus 5, Gemini Pro, Nano Banana Pro, Lyria 3 Pro, Sonar Reasoning Pro, Seedream 4.0 และ Seedance 2.0

AiPASS ยังเชื่อมโยงการเข้าถึงเครื่องมือ AI เข้ากับการพัฒนาทักษะผ่านแนวคิด “Learn • Earn • Plern” โดยผสานองค์ความรู้และหลักสูตรจากพันธมิตรระดับโลก ได้แก่ Google for Education, Microsoft Elevate และ NVIDIA Deep Learning Institute

ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้ผ่านหลักสูตรด้าน AI ภายในระบบ นำความรู้ไปทดลองใช้กับโมเดลจริง และสะสมคะแนนเพื่อปลดล็อกสิทธิ์เข้าถึงโมเดลระดับ Pro ก่อนพัฒนาไปสู่ระดับผู้สร้างสรรค์ หรือ Innovator พร้อมรับประกาศนียบัตรเมื่อสำเร็จการเรียนรู้ตามเงื่อนไข

แนวทางดังกล่าวทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการไม่ได้เป็นเพียงผู้รับสิทธิ์ใช้งานเท่านั้น แต่จะมีเส้นทางการพัฒนาตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงการนำ AI มาสร้างผลงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยมุ่งสร้างทั้งความรู้ ความคุ้นเคย และการใช้งานอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานเปิดตัวยังมีการสาธิตแพลตฟอร์ม AiPASS ครอบคลุมการใช้งานด้านข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของแต่ละโมเดลและแนวทางเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะงาน พร้อมรับฟังประสบการณ์จากผู้ทดลองใช้งานจริง เพื่อนำมาประกอบการพัฒนาแพลตฟอร์มและกิจกรรมการเรียนรู้ในระยะต่อไป

สำหรับประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ aipass.go.th โดยใช้บัญชี Google, Microsoft หรือ Apple พร้อมยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือระบบ ThaiD

การลงทะเบียนดังกล่าวเป็นขั้นตอนการสมัคร ยืนยันตัวตน และสร้างบัญชีล่วงหน้า โดยผู้ลงทะเบียนจะยังไม่สามารถเข้าใช้งานโมเดล AI ได้ทันที ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม AiPASS จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

ผู้สมัครต้องเข้าเว็บไซต์ผ่านเบราว์เซอร์ในโหมดปกติ เนื่องจากระบบไม่รองรับการลงทะเบียนผ่านโหมดไม่บันทึกประวัติการใช้งานหรือโหมดไม่ระบุตัวตน ได้แก่ Incognito หรือ Private Window

นอกจากนี้ ผู้สมัครจะได้รับสิทธิ์อัปเกรดเป็นผู้ใช้งานระดับผู้สร้างสรรค์ หรือ Innovator เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เปิดใช้งานสิทธิ์ เพื่อให้สามารถทดลองใช้โมเดลและเครื่องมือระดับสูง เรียนรู้ความแตกต่างของแต่ละโมเดล และนำไปต่อยอดการใช้งานให้เหมาะกับความต้องการของตนเอง

ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลหรือขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับการลงทะเบียนและการใช้งานได้ที่ Call Center หมายเลข 02-021-0300 อีเมล [[email protected]](mailto:[email protected]) หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ aipass.go.th