Wealth Me Please: เปิดสูตรจัดพอร์ตรับมือโลกผันผวน: JITTA ผ่า 3 ปัจจัยลบ ปะทะ 3

Published on 1 ก.ย. 2026

ทุกวันนี้ ตลาดโลกเผชิญความไม่แน่นอน ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกผันผวนอย่างมาก เราจะรับมือกับสภาวะนี้อย่างไร และจัดพอร์ตอย่างไรเพื่อไม่ให้การลงทุนได้รับผลกระทบหนัก วันนี้ Wealth Me Please มาคุยกับกูรูด้านการลงทุน นายประภัศร์พงษ์ นันทกิจพัฒนา ผู้จัดการกองทุน บลจ.จิตตะ เวลธ์ (JITTA)

*เปิด 3 ปัจจัยหลักกระแทกตลาด

  • เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงิน (Hawkish) ในการประชุมที่แจ็กสันโฮลเมื่อ 28 ส.ค. ว่าต้องการสกัดอัตราเงินเฟ้อที่สูงมานาน แถมไม่ได้ให้ Forward Guidance กับตลาด ทำให้ตลาดคาดการณ์ได้ยากขึ้น ส่งผลให้ Fed Watch Tool ประเมินโอกาสที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.นี้ มากขึ้น เป็นสัญญาณเชิงลบต่อการลงทุน
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) เร่งตัวสูงขึ้น ทั้งอายุ 10 ปี และ 30 ปี เป็นผลจากถ้อยแถลงของประธานเฟด โดยเฉพาะบอนด์ยีลด์ 30 ปีทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 จากหนี้สาธารณะของสหรัฐสูงทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ และขาดดุลงบประมาณ , การออกหุ้นกู้ของ Hyperscale แย่งชิงตลาดบอนด์ และ เงินเยนไหลออกพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐหลังรัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายปรับขึ้นดอกเบี้ย บอนด์ยีลด์สูงขึ้น ทั้งหมดทำให้ดีมานด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลง
  • ประเด็นสงครามตะวันออกกลาง และไม่รู้จะจบเมื่อไร ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นอีกครั้ง เป็นปัจจัยสำคัญกดดันตลาด และเป็นต้นเหตุเงินเฟ้อพุ่ง

*ปั้นพอร์ตโตท่ามกลางความผันผวน

นายประภัศร์พงษ์ กล่าวว่า ตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ความไม่แน่นอน หรือความผันผวนเกิดขึ้นตลอดเวลา และคาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ทรัมป์ยังเป็นประธานาธิบดี

แม้ว่าทรัมป์จะเป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ แต่แนะนำกลุยทธ์การลงทุนให้อยู่รอดปลอดภัยด้วยการจัดพอร์ตแบบ Core Port และ Satellite Port โดยจัดสัดส่วน Core Port อย่างน้อย 70% ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ ซึ่งหุ้นส่วนใหญ่ก็ลงทุนได้ตามดัชนี เ่ช่น S&P500 เป็นต้น รวมถึงการกระจายลงทุนไปในตลาดยุโรป ญี่ปุ่น ที่เป็น Developed Market และ Emerging Market อย่างเช่น จีน เพื่อบาลานซ์พอร์ต

โดยผู้ที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูงแนะนำ Core Port ลงทุนหุ้นสัดส่วน 80% และ ตราสารหนี้ 20% หากรับความเสี่ยงปานกลาง แบ่งเป็ฯ 50% และ 50% ส่วนผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อย จะลงทุนหุ้นเพียง 20% แต่เน้นไปตราสารหนี้ 80%

Core Port จะเหมือนตัวแทนเสถียรภาพ ความมั่นคงของ Portfolio ไม่วา่จะเกิดอะไรขึ้น พอร์ตนี้จะขยับขึ้นลงไม่มากนัก แต่ในระยะยาวพอร์ตก็จะโตเพราะมีสัดส่วนหุ้นเป็นส่วนใหญ่

ส่วน Satellite Port คือพอร์ตที่หาผลตอบแทนส่วนเพิ่ม หรือ Alfa เป็นพอร์ตที่มีความเสี่ยงมากกว่า ปัจจุบันมี 3 ธีมที่น่าสนใจ ได้แก่

1.ธีม AI อาทิ หุ้นเทคโนโลยี หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ หุ้นชิป ที่ผ่านมาราคาขึ้นไปสูงมากแล้ว จึงควรเฟ้นหาหุ้นที่ผลประกอบการดี

2.ธีมหุ้นจีน จากแผนพัฒนาชาติล่าสุด นโยบายรัฐบาลจีนให้ความสำคัญเรื่อง AI เป็นปัจจัยบวก บริษัทเทคจีนมีโอกาสเติบโตสูง

3.ธีมหุ้นเวียดนาม การเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และตลาดหุ้นเวียดนามได้ปรับชั้นจาก Frontier Market เป็น Emerging Market ของ FTSE Russell ในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินลงทุนของกองทุนต่างชาติไหลเข้าไปเป็นแรงหนุนสำคัญ

ความผันผวน เรามองเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง แต่สิ่งสำคัญมันคือหลักการ เพราะหากเราเลือกสินทรัพย์ที่ถูกต้อง ก็จะมีการเติบโตขึ้น อย่างไรก็เติบโต เพราะฉะนั้นก็จะอยู่ที่วินัยการลงทุนของนักลงทุน เพราะว่า สินทรัพย์ที่เติบโตสูงจะมีความผันผวนในระยะเริ่มต้น แต่ถ้าเราถือให้มันยาวนานพอ ความเสี่ยงนั้นจะน้อยลงเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญ คือการจัดพอร์ต และวินัยการลงทุน จัดพอร์ต Core & Satellite และ DCA อย่างสม่ำเสมอ นายประภัศร์พงษ์ สรุป

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร