“ถ้าวันหนึ่งไม่มีวู้ดดี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับ Woody World...” คำถามที่พา Woody World ทรานส์ฟอร์มสู่ “Ministry of Life” กระทรวงแห่งชีวิตที่เชื่อม Content–Community–Experience–Commerce Woody World ทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่สู่ “Ministry of Life” กระทรวงแห่งชีวิตที่เชื่อม Content–Community–Experience–Commerce

Published on 5 ก.ย. 2026

Woody World-Ministry of Life

20 ปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสทำคอนเทนต์ในวงการทีวี สื่อออนไลน์ และต่อยอดไปสู่อีเวนต์ต่างๆ เราตั้งคำถามว่าถ้าวันหนึ่งไม่มีวู้ดดี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับ Woody World และความยั่งยืน คำถามนี้เป็นคำถามที่ถามตัวเราเองและทีมมาตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา

นั่นคือคำกล่าวของ คุณวู้ดดี้วุฒิธร มิลินทจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด ที่ไม่ได้เป็นเพียงคำถามส่วนตัว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการทรานส์ฟอร์ม Woody World ครั้งใหญ่ สู่ “Ministry of Life” (MOL) หรือ “กระทรวงแห่งชีวิต” ที่ตั้งใจสร้างระบบนิเวศด้านชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี หรือ Well-being Ecosystem ที่เชื่อม “Content – Community – Experience – Commerce” เข้าด้วยกัน ผ่าน 6 เสาหลักที่ตอบโจทย์ทุกมิติของชีวิต พร้อมทั้งต่อยอดจาก 16 รายการ ไปสู่ 16 คอมมูนิตี้ และ 16 อีเวนต์

จาก Family Company สู่ Professional Company กระดุมเม็ดต่อไปที่ต้องกลัดให้ได้!

หลังจากมีคำถามดังกล่าว ทำให้เมื่อ 2 ปีที่จึงเริ่มมองถึงการปรับ Woody World เพื่อให้เป็นมากกว่าการเป็นบริษัทที่ผูกอยู่กับตัววู้ดดี้เป็นหลัก และสามารถ Diversify พอร์ตโฟลิโอธุรกิจขยายออกไปได้ไกลกว่ารายการทางออนไลน์

“ที่ผ่านมา 10 ปีของบริษัท Woody World อาจยังไม่ได้ sustain อย่างที่ควรจะเป็น จากเดิมเป็น Family Company แต่เราคิดว่า Next step ที่เป็นกระดุมเม็ดต่อไปที่เราต้องกลัดให้ได้ คือ การขยับไปเป็น Professional Company’ ที่สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน”

นี่จึงเป็นที่มาของการทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ จาก Woody World สู่ “Ministry of Life” ภายใต้แนวคิด “Ministry of Life: Connecting every dot of life.” หรือ “กระทรวงแห่งชีวิต เชื่อมโยงทุกจุดของชีวิต” ซึ่งการวางโครงสร้างใหม่ให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น จากองค์กรที่เคยขับเคลื่อนด้วยตัวตนของผู้ก่อตั้ง ไปสู่บริษัทที่มีระบบ มีทีม และมีผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาขับเคลื่อนในแต่ละส่วนอย่างชัดเจน

“ตำแหน่งของวู้ดดี้วันนี้เป็น CEO คิดว่าภายใน 2 ปีคง move ไปเป็นบอร์ดของบริษัท และในเวลาเดียวกันก็ต้องหาคนมารันงานทุกแผนกในบริษัท เพราะจากเดิมที่เป็น Family Company ทุกอย่างผันแปรตามวู้ดดี้ และเป็น คอขวดในการเติบโตของบริษัท ก็ต้องเริ่มวางระบบใหม่ให้ชัดเจนมากขึ้น 

ที่ผ่านมาพิสูจน์มาแล้วว่าถ้าไม่ใช่วู้ดดี้ ธุรกิจก็สามารถเติบโตต่อได้ ผมเคยตั้งคำถามนี้กับ ‘S2O’ เมื่อถึงวันที่เรา step out, step down แล้วมีทีมผู้บริหาร (นำโดยคุณเอ๋ยปุลิน มิลินทจินดา ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O) ธุรกิจก็โตขึ้นเรื่อยๆ ถึงวันนี้ S2O เข้าสู่ปีที่ 11 แล้ว ทำให้เห็นว่าเราเหมาะกับการสร้างในช่วง 2-3 ปีแรก แต่ถ้าจะให้ธุรกิจ sustain ต่อไปได้ ก็ต้องมี Professional Manager เข้ามารันอย่างเป็นระบบ”

Woody World-Ministry of Life
คุณวู้ดดี้ – วุฒิธร มิลินทจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วู้ดดี้ เวิลด์ จำกัด

ภายใต้การทรานส์ฟอร์มจาก Woody World สู่ Ministry of Life หรือกระทรวงแห่งชีวิต จะอยู่บน “6 เสาสำคัญ” ของมิติการใช้ชีวิตที่เชื่อมกันหมด ประกอบด้วย

  1. Wellness & Well-being
  2. Relationship Family & Pets
  3. Work & Career
  4. Wealth Span
  5. Mindset & Emotional Well-being สุขภาวะทางอารมณ์
  6. Purpose & Meaning เหตุผลในการเป็นอยู่ของพวกเรา

Purpose ของ Ministry of Life คือ เราต้องการเปลี่ยน ‘Content’ เป็น ‘Community’ และเปลี่ยน Community เป็นพลังที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตผู้คนอย่างยั่งยืน ดังนั้นวิสัยทัศน์ที่เราวางไว้ ดังนั้นวิสัยทัศน์ที่เราวางไว้ คือ เราจะเป็น Ecosystem หรือระบบนิเวศของ Content & Community ที่จะมีทั้ง 6 เสาสำคัญของชีวิต และเชื่อม Content, Experts, Creators, Celebrities และ Experience เข้าด้วยกัน  

Woody World-Ministry of Life

ความแตกต่างหลักๆ ระหว่าง Woody World เดิม กับ Ministry of Life คือ Woody World โฟกัสการสร้าง audience ส่วน Ministry of Life โฟกัสการสร้าง Community ภายใต้แนวคิด content ที่คนเลือกติดตามและ community ที่คนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง

เพื่อทำให้แนวคิด Connecting every dot of life เกิดขึ้นจริง ปี 2026 ได้วางรากฐานธุรกิจผ่าน 3 แกนหลัก ที่ทำงานสอดคล้องกัน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ประกอบด้วย

  • Content & Media มุ่งพัฒนาคอนเทนต์คุณภาพ ครอบคลุมรายการทอล์กโชว์ พอดแคสต์ และคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ความสนใจและพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม
  • Event & Experience ต่อยอดจากผู้ชมบนหน้าจอสู่การมีส่วนร่วมในประสบการณ์จริง ผ่านกิจกรรมและ Event ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้พบปะ เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และทดลองสัมผัสโซลูชันที่ตอบโจทย์ชีวิต โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยนผู้เข้าร่วมจาก “ผู้ชม” สู่ “Community”
  • Well-being Community & Commerce สร้าง Community ด้านสุขภาวะที่ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูล ความรู้ และผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือ พร้อมเปิดโอกาสให้แบรนด์และพันธมิตรนำเสนอสินค้า บริการ ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

Woody World-Ministry of Life

16 รายการ – 16 อีเวนต์ – 16 คอมมูนิตี้ พร้อมดึง ‘Talkfluencer’ มาร่วม Co-create  

หัวใจสำคัญของ Ministry of Life คือการทำให้แต่ละรายการไม่หยุดอยู่แค่รายการบนออนไลน์ หากแต่ต้องสามารถพัฒนาไปสู่การมี “Event” และ “Community” ของแต่ละรายการ

ปัจจุบันประกอบด้วยรายการทั้งหมด 16 รายการ ที่เชื่อมโยงกับ 6 เสาหลัก แบ่งเป็น

  • ช่อง Woody World: 6 รายการ
  • ช่อง Life Dot: 8 รายการ
  • ช่อง alive dot: 2 รายการ

Woody World-Ministry of Life

ต่อไปแกน Non-Woody จะเป็นหัวใจสำคัญของ Ministry of Life ที่สามารถขยายเป็นจักรวาล Content-Event-Community อีกมากมาย ซึ่ง Content ในกลุ่ม Non-Woody ใช้ “Talkfluencer” ทั้งศิลปินดารา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่ไม่ได้มีแค่ชื่อเสียง หรือความสามารถในการพูด แต่มีพลังในการเล่าเรื่อง สื่อสาร และสามารถ influence ผู้คนได้ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

  • ชมพู่-อารยา รายการ On the Way with Chom
  • ตั๊ก-มยุรา รายการ Tuck Talk
  • คริส หอวัง รายการ The Lazy Genius
  • คิมเบอร์ลี่ กับรายการ Kim’s Mirror
  • ปันปัน สุทัตตา รายการ PrimeCast
  • เกรซ กาญจน์เกล้า รายการ Glow on Podcast
  • เจมส์ จิรายุ รายการ My Daddy James
  • อ้น-ปฤณ ด้าน AI รายการ Dot AI
  • บี-สโรจ ด้านธุรกิจและการตลาด รายการ Crack the Code

“บทบาทของ Talkfluencer จะทำหน้าที่เป็นนักสื่อสารที่สามารถ influence ได้ ไม่ใช่เป็นเพียงพิธีกรสัมภาษณ์ และนอกจากทำคอนเทนต์ร่วมกันกับเราแล้ว Talkfluencer จะนำพาไปสู่ Community ผ่าน Events ต่างๆ ที่เราจะร่วมกัน Co-create

อย่างไรก็ตามการเลือก “ศิลปินดารา” หรือ “Celeb” ที่จะมาเป็น Talkfluencer ให้กับ Ministry of Life ไม่ได้ดูเพียงความเป็นดารา หรือความสามารถในการพูดเก่งเท่านั้น แต่มี พลัง” ที่ผู้คนสัมผัสได้ และสามารถต่อยอดไปเป็น Community รวมทั้งมี Life Spanในวงการยาว และ “Adaptability” เช่น ชมพู่-อารยา และตั๊ก-มยุรา มีเส้นทางในวงการยาวนาน รวมถึงเจมส์ จิรายุ, คิมเบอร์ลี่ และคริส หอวัง ที่สามารถปรับตัวกับบริบทใหม่ๆ คนเหล่านี้มีศักยภาพในการสร้าง Community ได้

Woody World-Ministry of Life

เดินหน้าขยายพอร์ตฯ คอนเทนต์

สำหรับกลยุทธ์สำคัญในปี 2026 คือ เดินหน้าขยายพอร์ตคอนเทนต์ให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์และ Well-being ในหลากหลายมิติ เพื่อสร้างฐานผู้ชมและ Community ที่มีความสนใจแตกต่างกัน พร้อมต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจ ได้แก่

  • Kim’s Mirror: คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส รับบทพิธีกรครั้งแรก พาทุกคนสำรวจตัวตนอีกด้านของเหล่าคนดังและคนสำเร็จ ผ่านบทสนทนาที่เข้าถึงง่าย ตั้งแต่ตัวตน ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต พร้อมค้นหาความหมายของ “ความสำเร็จ” และ “ความสุข” ที่เปลี่ยนไปตามเส้นทางชีวิต
  • MY DADDY James: รายการที่ดำเนินรายการโดย เจมส์ – จิรายุ ตั้งศรีสุข คุณพ่อมือใหม่สายเนิร์ด ที่ชวนแขกรับเชิญมาพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องการเลี้ยงลูกและชีวิตครอบครัว
  • THE LAZY GENIUS: รายการภายใต้แนวคิด “ฉลาดใช้ชีวิต ไม่ใช่ใช้ชีวิตจนเหนื่อย” โดย คริส หอวัง รับบทเป็น Fact Finder พาผู้ชมค้นหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง เพื่อเปลี่ยนเรื่องยากให้เข้าใจง่าย
  • WandOland: รายการทอล์กโชว์ด้านความรักและความสัมพันธ์ ดำเนินรายการโดย วู้ดดี้ – วุฒิธร มิลินทจินดา และ โอ๊ต – อัครพล พร้อมเชิญคู่รักคนดังมาร่วมพูดคุยและสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับชีวิตคู่

Woody World-Ministry of Life

เปิดธุรกิจ Co-lab ทำงานร่วมกับแบรนด์ เอเจนซี พาร์ทเนอร์

อีกหนึ่ง New S-curve ของ Ministry of Life คือ การเปิดธุรกิจใหม่ ชื่อ “Co-lab” ย่อมาจาก Co-creating Lab คือ Content & Community Co-creation Studio เพื่อทำงานร่วมกับแบรนด์ เอเจนซี และพาร์ทเนอร์ต่างๆ ครอบคลุมตั้งแต่ Idea, Research, Programing, Talent, Production และ Distribution ตลอดจน Live Experience, Life Expo, Community Building และ Community Management

ที่มาของการตั้ง BU ใหม่นี้ มาจากโจทย์ของหลายแบรนด์ที่ส่วนใหญ่มีคำถามเข้ามา เช่น อยากสร้างรายการของแบรนด์เอง อยากหา Influencer ที่เหมาะกับแบรนด์ อยากต่อยอดรายการไปสู่ Event อยากสร้าง Community ที่สามารถนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจได้

“ด้วยความที่เรามีความเชี่ยวชาญด้าน Content, Event, Community เราสามารถนำเอา Know how และประสบการณ์เหล่านี้ ไปทำงานร่วมกับแบรนด์ได้ จึงเป็นที่มาของการเปิด MOL Co-lab โดยสามารถรับบรีฟตั้งแต่ต้นว่าโจทย์คืออะไร แล้วมาวางแผนในการเริ่มสร้างด้วยกัน เพื่อให้ได้สิ่งที่ tailor-made สำหรับลูกค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง”

Woody World-Ministry of Life

ตั้งเป้าปี 2027 ดันรายได้แตะ 200 ล้านบาท

สำหรับ ปี 2025 บริษัทฯ มีรายได้ 139 ล้านบาท โดยหลักมาจากธุรกิจ Content & Media 52% ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจ Event & Business Partnership อื่นๆ

ขณะที่ปี 2026 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% หรือกว่า 153 ล้านบาท และในปี 2027 ตั้งเป้ารายได้แตะ 200 ล้านบาท แบ่งเป็น 40% Content & Media, 40% Events & E xperiences และอีก 20% เป็นธุรกิจ MOL Co-Lab

“ปัจจุบันสัดส่วน Content ของ Woody World กับกลุ่ม Non-Woody (Life Dot, alive dot) ยังเกือบครึ่งต่อครึ่ง แต่ภายในปี 2028 สัดส่วนของ Woody World จะเหลือเพียง 15-20% เราต้องการทำให้ตัวเลขที่พึ่งพาวู้ดดี้ลดน้อยลง เพื่อให้ธุรกิจ sustain ได้จริง นี่คือ Story ต่อจากนี้ของ Ministry of Life ที่ต่อไปธุรกิจจะมีเราหรือไม่มีเรา ก็ยังสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน” คุณวู้ดดี้ กล่าวทิ้งท้าย