ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $6.43 ทะลุ $100 หวั่นเรือน้ำมันถูกโจมตีกระทบอุปทาน

Published on 10 ก.ย. 2026

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 6% ในวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) โดยสัญญาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ต่างก็ปิดที่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าภาวะอุปทานตึงตัวจะทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังมีรายงานว่าเรือสินค้าถูกโจมตีมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านเปิดฉากขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ.

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 6.43 ดอลลาร์ หรือ 6.69% ปิดที่ 102.48 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 6.42 ดอลลาร์ หรือ 6.34% ปิดที่ 107.63 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค.ปีนี้ นอกจากนี้ ทั้งราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. และเป็นการพุ่งขึ้นรุนแรงแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 เดือน

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและมีแนวโน้มขยายตัวเป็นวงกว้าง ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัด เนื่องจากมีการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในระดับที่รุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่งผลให้อุปทานน้ำมันในภูมิภาคแห่งนี้เผชิญกับความเสี่ยง

ทั้งนี้ อิหร่านยังคงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และส่งสัญญาณถึงความพร้อมที่จะยกระดับการโจมตี เพื่อตอบโต้กองทัพสหรัฐฯ ที่จมเรือบรรทุกน้ำมัน 5 ลำของอิหร่าน และล่าสุด กลุ่มกบฏฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เข้าควบคุมท่าเรือโมคาในเยเมน ซึ่งทำให้เรือบรรทุกน้ำมันมีความเสี่ยงในการใช้เส้นทางทะเลแดง

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เตือนว่า สหรัฐฯ อาจโจมตีภูเขาพิกแอกซ์ (Pickaxe Mountain) ของอิหร่าน พร้อมกับกล่าวว่าสงครามครั้งนี้ไม่น่าจะจบลงได้ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.

ภูเขาพิกแอกซ์ได้กลายเป็นพื้นที่เผชิญหน้าแห่งใหม่ โดยภูเขาแห่งนี้คือฐานที่มั่นใต้ดินที่ตั้งอยู่ในภาคกลางของอิหร่าน ห่างจากโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมนาทานซ์ (Natanz) เพียง 2 กิโลเมตร โดยมีรายงานว่า การก่อสร้างฐานใต้ดินดังกล่าวเริ่มขึ้นหลังจากเหตุระเบิดในปี 2563 ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับโรงงานประกอบเครื่องหมุนเหวี่ยงขั้นสูงของนาทานซ์ที่ตั้งอยู่เหนือพื้นดิน โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่า ฐานใต้ดินแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์จากการก่อวินาศกรรมหรือการโจมตีทางทหารที่อาจเกิดขึ้น

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ระบุในรายงานแนวโน้มพลังงานระยะสั้น (Short-Term Energy Outlook) ซึ่งเผยแพร่ในวันพุธ (9 ก.ย.) ว่า การผลิตน้ำมันที่ถูกระงับในตะวันออกกลางมีปริมาณเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนส.ค. จากระดับ 5 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก.ค. โดยมีสาเหตุมาจากการโจมตีการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ และผลจากการลดลงของเรือที่ออกจากท่าเรือยันบูในทะเลแดง

นอกจากนี้ EIA คาดการณ์ว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันที่ถูกระงับในตะวันออกกลางจะอยู่ที่ประมาณ 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 4/2569 และคาดว่าปริมาณการผลิตและการส่งออกจากภูมิภาคนี้จะยังไม่กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามอิหร่าน จนกว่าจะถึงไตรมาส 2/2570

ด้านกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569 ลงเหลือ 380,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการปรับลดตัวเลขคาดการณ์ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5

สำหรับรายงานสต็อกน้ำมันล่าสุดของสหรัฐฯ นั้น EIA เปิดเผยในวันพฤหัสบดีว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 391,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.55 ล้านบาร์เรล

ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 700,000 บาร์เรล

โดย รัตนา พงศ์ทวิช