ธุรกิจที่น่ากังวลอาจไม่ใช่ธุรกิจที่กำลังขายไม่ได้ แต่อาจเป็นธุรกิจที่ยังขายได้ ยังมีลูกค้า ยังมีรายได้ เพียงแต่ต้องใช้เงิน ใช้เวลา และใช้แรงมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เท่าเดิม ยอดขายจึงอาจเป็นตัวเลขที่ทำให้เจ้าของธุรกิจสบายใจ ทั้งที่ข้างใต้กำลังเกิดอีกเรื่องหนึ่งขึ้นเงียบๆ กำไรบางลง เงินสดเหลือน้อยลง ต้องซื้อยอดแพงขึ้น เจ้าของเหนื่อยขึ้น และธุรกิจมีทางเลือกน้อยลง
นี่อาจเป็นภาวะ “ตกชั้น” โดยที่ยอดขายยังไม่ตกเลยก็ได้ ข้อมูลของ Krungthai COMPASS ที่ศึกษาธุรกิจ SMEs กว่า 160,000 รายใน 6 อุตสาหกรรมย้อนหลัง 15 ปี สะท้อนภาพที่น่าคิดว่า ความสามารถในการทำกำไรของ SMEs ไทยถดถอยลงในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ และบริษัทกว่าครึ่งมีสถานะทางธุรกิจแย่ลงจากเมื่อ 15 ปีก่อน คำถามสำหรับ SME วันนี้จึงอาจไม่ใช่เพียง “ขายได้เท่าไร” แต่ต้องถามต่อว่า “ยอดขายนั้นทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้นจริงหรือไม่” ลองเช็กจาก 5 สัญญาณนี้
1. ยอดขายโต แต่พอคิด “ต้นทุนจริง” แล้ว กำไรแทบไม่โต
ยอดขาย 1 ล้านบาทไม่เท่ากันทุกธุรกิจ ถ้าต้องแลกมาด้วยส่วนลด ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง ค่าแพลตฟอร์ม ค่าคอมมิชชั่น หรือโปรโมชั่นที่แรงขึ้นต่อเนื่อง รายได้ที่เพิ่มขึ้นอาจไม่ได้เหลือเป็นกำไรมากอย่างที่คิด ยังมีต้นทุนอีกอย่างที่มักลืมคิด คือ “ค่าตัวของเจ้าของ” คนที่เคยทำงานประจำมีเงินเดือน แต่เมื่อลาออกมาทำธุรกิจเอง กลับทำงานวันละ 10-12 ชั่วโมงโดยไม่นับแรงของตัวเองเป็นต้นทุน ตัวเลขกำไรทางบัญชีจึงอาจดูดี แต่หากคิดถึงรายได้ประจำที่หายไป เวลา และแรงที่ใส่ลงไป ธุรกิจอาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนดีอย่างที่เข้าใจ คำถามคือ กำไรที่ได้ คุ้มกับทรัพยากรทั้งหมดที่ใส่ลงไปหรือยัง
2. ลูกค้ายังมา แต่เราเริ่มต้อง “ซื้อ” ลูกค้าแพงขึ้นเรื่อย ๆ
วันนี้ SME จำนวนมากโตมากับโซเชียล มีเดีย Marketplace และ LIVE Commerce ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ความเสี่ยงเกิดขึ้นเมื่อช่องทางใดช่องทางหนึ่งกลายเป็นธุรกิจแทบทั้งหมด เมื่ออัลกอริธึมเปลี่ยน การเข้าถึง ลดลง หรือการแข่งขันสูงขึ้น ร้านอาจต้องซื้อโฆษณามากขึ้น ไลฟ์ถี่ขึ้น ลดราคาแรงขึ้น หรือจ่ายเพื่อให้ได้ลูกค้าจำนวนเท่าเดิม คำถามสำคัญคือ ถ้าพรุ่งนี้ platform เปลี่ยนกติกา เรายังเข้าถึงลูกค้าของเราได้หรือไม่ ธุรกิจที่แข็งแรงควรมีมากกว่าหนึ่งทางไปหาลูกค้า และควรค่อยๆ สร้างฐานลูกค้าที่รู้จักแบรนด์โดยตรง ไม่ฝากยอดขายทั้งหมดไว้กับอัลกอริธึมที่ตัวเองควบคุมไม่ได้
3. เงินเข้า แต่เงินสดไม่เคยเหลือ
ยอดขายกับสภาพคล่องเป็นคนละเรื่องกัน ธุรกิจอาจขายดี แต่เงินไปค้างอยู่ในสต็อก ลูกหนี้ ค่าโฆษณาที่จ่ายล่วงหน้า หรือสินค้าที่หมุนไม่ทัน ขณะที่ค่าเช่า เงินเดือน และเจ้าหนี้ต้องจ่ายตามกำหนด บางธุรกิจจึงมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ต้องหาเงินใหม่เข้ามาหมุนอยู่ตลอด สิ่งที่ควรดูจึงไม่ใช่แค่ยอดขายปลายเดือนเท่านั้น แต่รวมถึงว่า ขายแล้วได้เงินเมื่อไร เงินก้อนนั้นอยู่กับธุรกิจนานแค่ไหน และหลังหักภาระทั้งหมดแล้วมีเงินสดเหลือพอสำหรับรอบต่อไปหรือไม่
4. เจ้าของและทีมเหนื่อยขึ้น แต่ธุรกิจไม่ได้ไปไกลขึ้น
มี SME จำนวนไม่น้อยที่ยอดขายเติบโตตามจำนวนชั่วโมงทำงานของเจ้าของ ถ้าเจ้าของหยุด ยอดก็หยุด ถ้าไม่ไลฟ์ ไม่มีออร์เดอร์ ถ้าไม่ตอบแชตเอง ลูกค้าก็หาย ถ้าอยากขายเพิ่ม ต้องเพิ่มคน เพิ่มเวลา และเพิ่มแรงในสัดส่วนใกล้เคียงกัน นั่นอาจไม่ใช่ growth แต่เป็นการขยาย workload ธุรกิจที่แข็งแรงควรค่อยๆ ทำให้คนหนึ่งคนสร้างผลลัพธ์ได้มากขึ้น ผ่านระบบ เทคโนโลยี ข้อมูล หรือวิธีทำงานที่ดีขึ้น ไม่ใช่สร้างยอดเพิ่มด้วยการให้ทุกคนวิ่งเร็วขึ้นอย่างเดียว
5. เงินและเวลาอยู่กับ “วันนี้” หมด จนไม่มีอะไรเหลือให้ “วันพรุ่งนี้”
อีกสัญญาณที่มองเห็นยากคือ ธุรกิจยังเดินอยู่ แต่ไม่มีทรัพยากรเหลือสำหรับการทดลองอะไรใหม่ ไม่มีงบพัฒนาสินค้า ไม่มีเวลาเรียนรู้ลูกค้า ไม่มีเงินทดลองตลาดใหม่ ไม่มีช่องทางขายใหม่และไม่มีแรงแม้แต่จะหยุดมองว่าคู่แข่งกำลังไปทางไหน ธุรกิจอาจไม่ได้แย่ลงทันที แต่หากตลาดยังเดิน ขณะที่เราใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อรักษาวันนี้ไว้ ความสามารถในการแข่งขันก็จะค่อยเลือนหายไป จุดอ่อนอาจจะไม่ใช่ “ขายไม่ได้” แต่คือมีทางเลือกน้อยเกินไป
6. ทางเลือกเพิ่มขึ้น ทางรอดก็เพิ่มขึ้นตาม
ตัวอย่างผู้ประกอบการ แพ 500 ไร่ โฟลตติ้ง รีสอร์ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี หนึ่งคือผู้ประกอบการที่พักที่เป็นเอกลักษณ์ กลางทะเลสาบเชี่ยวหลาน ที่ต้องการเพิ่มยอดจองตรงจากลูกค้าต่างชาติ การเปิดรับจองโดยไม่มีเงินมัดจำอาจทำให้ธุรกิจต้องแบกรับความเสี่ยงจากการยกเลิกหรือไม่เข้าพัก ขณะที่การให้ลูกค้าโอนเงินข้ามประเทศก็มีทั้งขั้นตอน ค่าธรรมเนียม และความไม่สะดวกที่อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจจอง การมีทางเลือกในการรับชำระเงินที่เหมาะกับการขายทางไกลจึงช่วยลดข้อจำกัดเหล่านี้ได้
เช่น การใช้ KTC Link Pay หรือ QR Pay ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรับชำระจากลูกค้าได้สะดวกขึ้น ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และช่วยลดความเสี่ยงจากการจองโดยไม่มีการชำระเงินล่วงหน้า ขณะเดียวกันการขายตรงยังเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีทางเลือกในการชำระเงินมากขึ้น และช่วยให้ธุรกิจลดการพึ่งพาช่องทางขายใดช่องทางหนึ่งมากเกินไป
Krungthai COMPASS ชี้ว่าธุรกิจที่ต้องการพลิกฟื้นมักมีโจทย์ร่วมกัน ทั้งหนี้สูง สภาพคล่องต่ำ และมาร์จินต่ำ และแม้การลดต้นทุนหรือปรับโครงสร้างหนี้จะช่วยให้ธุรกิจมีพื้นที่หายใจ แต่ไม่เพียงพอสำหรับการแข่งขันระยะยาวโจทย์ที่ใหญ่กว่าจึงคือ ทำอย่างไรให้ SME มีทางเลือกมากขึ้น
- มีมากกว่าหนึ่งช่องทางขาย
- มีมากกว่าหนึ่งวิธีรับชำระเงิน
- รู้จักลูกค้ามากกว่าการดูยอดไลก์ วิว หรือแชร์
- บริหารเงินสดได้ดีขึ้น
- มีพันธมิตรที่ช่วยเปิดตลาด แทนที่จะต้องสร้างทุกอย่างขึ้นเองตั้งแต่ศูนย์
ในมุมของ เคทีซีการทำงานกับ SME จึงไม่ควรจบอยู่ที่เครื่องรับบัตรหรือการรับชำระเงินเท่านั้น KTC MERCHANT สามารถช่วยให้ร้านค้ารองรับการชำระเงินได้หลากหลายขึ้น ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ขณะที่ช่องทางอย่าง KTC U SHOP ช่วยเพิ่มอีกหนึ่งทางในการนำสินค้าไปพบกับฐานสมาชิก โดยมีทั้งช่องทางสื่อสาร แคมเปญ และการสนับสนุนด้านการขายและการตลาด เมื่อเชื่อมกับฐานสมาชิก ช่องทางการตลาด การสื่อสาร และเครือข่ายพันธมิตรของเคทีซี บทบาทที่เป็นไปได้จึงกว้างกว่าการเป็นผู้ให้บริการรับชำระเงิน (Payment provider) แต่คือการช่วยให้ SME มีทางเลือกมากขึ้น ทั้งทางเลือกในการขาย การรับเงิน การเข้าถึงลูกค้า และการสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจ ไม่ใช่เพื่อให้ SME เปลี่ยนจากการพึ่งแพลตฟอร์มหนึ่ง มาพึ่งเคทีซีแทน แต่เพื่อไม่ต้องฝากอนาคตไว้กับช่องทางใดช่องทางหนึ่งมากเกินไป
เพราะสุดท้าย ยอดขายเป็นเพียงสิ่งที่เราเห็นหน้าร้าน ความแข็งแรงของธุรกิจอยู่ลึกกว่านั้น กำไรจริงเหลือเท่าไร เงินสดหมุนได้ไหม ลูกค้าเป็นของใคร เจ้าของต้องออกแรงมากขึ้นแค่ไหน และธุรกิจยังมีทางเลือกสำหรับวันพรุ่งนี้หรือไม่ ธุรกิจจึงไม่ต้องรอให้ขาดทุนถึงจะ “ตกชั้น” และยอดขายที่ยังดี ก็ไม่ใช่ใบรับรองว่าธุรกิจยังแข็งแรงเสมอไป
Tags
Related Posts
ธุรกิจที่น่ากังวลอาจไม่ใช่ธุรกิจที่กำลังขายไม่ได้ แต่อาจเป็นธุรกิจที่ยังขายได้ ยังมีลูกค้า ยังมีรายได้ เพียงแต่ต้องใช้เงิน ใช้เวลา และใช้แรงมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เท่าเดิม ยอดขายจึงอาจเป็นตัวเลขที่ทำให้เจ้าของธุรกิจสบายใจ ทั้งที่ข้างใต้กำลังเกิดอีกเรื่องหนึ่งขึ้นเงียบๆ กำไรบางลง เงินสดเหลือน้อยลง ต้องซื้อยอดแพงขึ้น เจ้าของเหนื่อยขึ้น และธุรกิจมีทางเลือกน้อยลง นี่อาจเป็นภาวะ “ตกชั้น” โดยที่ยอดขายยังไม่ตกเลยก็ได้ ข้อมูลของ Krungthai COMPASS ที่ศึกษาธุรกิจ SMEs กว่า 160,000 รายใน 6 อุตสาหกรรมย้อนหลัง 15 ปี สะท้อนภาพที่น่าคิดว่า ความสามารถในการทำกำไรของ SMEs ไทยถดถอยลงในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ และบริษัทกว่าครึ่งมีสถานะทางธุรกิจแย่ลงจากเมื่อ 15 ปีก่อน คำถามสำหรับ SME วันนี้จึงอาจไม่ใช่เพียง “ขายได้เท่าไร” แต่ต้องถามต่อว่า “ยอดขายนั้นทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้นจริงหรือไม่” ลองเช็กจาก 5 สัญญาณนี้ 1. ยอดขายโต แต่พอคิด “ต้นทุนจริง” แล้ว กำไรแทบไม่โต ยอดขาย 1 ล้านบาทไม่เท่ากันทุกธุรกิจ ถ้าต้องแลกมาด้วยส่วนลด ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง ค่าแพลตฟอร์ม ค่าคอมมิชชั่น หรือโปรโมชั่นที่แรงขึ้นต่อเนื่อง รายได้ที่เพิ่มขึ
18 กันยายน 2569
นามปากกา: เด็กหอ (ปางบุญ สุทธิวงษ์) เมื่อนึกถึง “ปากคลองตลาด” สิ่งแรกที่เรามักจะนึกถึงตอนนี้คงเป็นเทรนด์ถ่ายรูปคู่กับช่อดอกบัว หรือสถานที่สำหรับไปเดินเลือกซื้อดอกไม้เพื่อนำมามอบให้กับคนพิเศษ และประดับงานอีเวนต์ แต่ล่าสุด พส.ไทยได้ปลุกเทรนด์ใหม่อย่าง “มาลัยเกล้าผม” แฟชั่นสุดชิค ที่หยิบเอาภูมิปัญญาไทยสุดประณีตมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องประดับกันอีกครั้ง ก่อนจะไปถ่ายรูปตามโลเคชันย่านเก่าแก่จนกลายเป็นกระแสตามโซเชียล จนสาวๆ และอินฟลูแห่ไปทำตามกันอย่างล้นหลาม “พวงมาลัย” ความงามที่เคยเป็นแค่ดอกไม้สำหรับไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พวงมาลัย คืองานฝีมือที่ถูกรังสรรค์ด้วยการร้อยกลีบดอกไม้และใบไม้ธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะ จนเกิดเป็นความงามที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ที่ถึงแม้จะดูเรียบง่ายแต่กลับเต็มไปด้วยความสร้างสรรค์อันงดงาม เพราะฉะนั้นไวรัลของ “มาลัยเกล้าผม” กลับทำให้พวงมาลัยธรรมดาๆ กลายเป็นเครื่องประดับที่ไม่ว่าเจเนอเรชันไหนๆ ก็ต้องหยิบเอามาใส่เป็นแอกเซสซอรีคู่กาย กระแสดังกล่าวยังทำหน้าที่เหมือนกับสะพานเชื่อมที่ชวนให้ทุกคนกลับมาเดินปากคลองตลาดอีกครั้ง เพื่อช่วยกระจายรายได้ และสนับสนุนฝีมือแ
18 กันยายน 2569
ในยุคปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับความซับซ้อนที่มากขึ้น จนทำให้รูปแบบการค้าปลีกและการทำธุรกิจแบบเดิมๆ ไม่เพียงพออีกต่อไป การเข้ามาของระบบ AI จึงกลายมาเป็นหัวใจสำคัญในการพลิกโฉมธุรกิจให้สามารถตอบสนองลูกค้าได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้ “Wonder AI” จึงได้พัฒนาระบบ AI ที่จะมาช่วยยกระดับธุรกิจค้าปลีกแบบเดิมให้กลายเป็น Smart AI Retail ที่สามารถเข้าใจและตอบสนองต่อพฤติกรรมของลูกค้าได้ด้วยข้อมูล นายวรกฤต ชัยสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วันเดอร์ เอไอ จำกัด ผู้ให้บริการระบบวันเดอร์ เอไอ (Wonder AI) เผยว่า Wonder AI จะเปลี่ยนกล้อง CCTV ที่ใช้สำหรับการรักษาความปลอดภัยให้กลายมาเป็นดวงตาของ “AI store manager” (ผู้ช่วยผู้จัดการร้านอัจฉริยะ) ซึ่งระบบจะทำงานร่วมกับชิปที่ฝังอยู่ในกล้องวงจรปิด เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลภาพจากกล้องแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ เช่น ความสนใจในสินค้า และผลตอบรับต่อโปรโมชัน ตลอดจนช่วยวิเคราะห์ประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในร้านได้อย่างรวดเร็ว
18 กันยายน 2569
เรื่องราวของ “หลิน – ชนิดา, ลิลลี่ – นิศารัตน์ และ กุ๊กกิ๊ก – เสาวลักษณ์ จึงเจริญชัยศักดิ์” สามพี่น้องผู้ก่อตั้ง “LUCK” แบรนด์ที่มองเห็น Pain Point ของ “ผ้าขนหนู” ของใช้ใกล้ตัวที่เราใช้กันทุกวัน แต่เมื่อใช้ซ้ำและปล่อยให้ชื้นนานๆ ก็อาจกลายเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียโดยไม่รู้ตัว จึงเกิดเป็นไอเดียสร้างแบรนด์ผ้าขนหนูที่ไม่ได้ขายแค่การซับน้ำหรือความนุ่ม แต่เติมนวัตกรรม “IntelliTime” ช่วยบอกอายุการใช้งานให้ผู้ใช้รู้ว่าควรเปลี่ยนผ้าขนหนูเมื่อไร กุ๊กกิ๊กให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐี” ถึงการสร้างแบรนด์สินค้าที่พยายามทำให้ “ของใช้ธรรมดา” มีคุณค่ามากกว่าเดิม จุดเริ่มต้นแบรนด์ LUCK ก่อนมาปั้นแบรนด์ LUCK สามพี่น้องแยกย้ายไปศึกษาต่อในด้านต่างๆ พี่สาวคนโตเรียนด้านการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พี่คนกลางเรียนนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และน้องสาวคนเล็กเรียน การเงิน วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นได้แยกย้ายกันไปหาประสบการณ์และเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยพี่คนโตทำงานในบริษัทใหญ่ พี่คนกลางทำงานด้าน AE และคนเล็กทำงานธนาคาร การได้เห็นคุณพ่อคุณแม่ทำงานและสร้างธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ทั้งสามค
18 กันยายน 2569
ผู้เขียน : คัคน ญานะวงศ์ษา หลายคนอาจมองว่า “ปลาดุก” เป็นแค่เมนูธรรมดา แต่สำหรับบางคนกลับมองเห็นโอกาสในการ “ต่อยอด” วัตถุดิบใกล้ตัว ให้กลายเป็นธุรกิจที่ “สร้างรายได้” และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณฮิม” หรือ วิทวัส เสน่ห์จันทร์ วัย 36 ปี แม้เขาจะทำงานประจำอยู่ในสายงานครีเอทีฟและไดเรกเตอร์มานานกว่า 12 ปี แต่ยังหันมาสร้างธุรกิจส่วนตัวร่วมกับครอบครัว โดยหยิบปลาดุกมาเลาะก้างจนกลายเป็นธุรกิจในชื่อ “Dukdik ปลาดุกไร้ก้าง” ร้านย่านบางบัวทองที่กำลังเป็นไวรัล เพราะสามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และลูกค้าที่อยากกินปลาดุกแบบสะดวกมากขึ้น จนสามารถสร้างรายได้วันละ 20,000 บาท ชวนครอบครัวมาสร้างธุรกิจ “ปลาดุกไร้ก้าง” คุณฮิมได้ไอเดียปลาดุกไร้ก้างมาจากร้านอาหารสไตล์อิซากายะแนวอีสาน หลังได้ลองกินจนเกิดความประทับใจเพราะไม่มีก้างมาคอยกวนใจคนชอบกินปลาดุกอย่างเขา จึงได้เก็บไอเดียนี้มาพัฒนาเป็นโปรเจ็กต์ เขาใช้เวลาทดลองและพัฒนาสินค้าด้วยตัวเองมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทั้งการแร่ปลา การเอาก้างออก รวมถึงการพัฒนาวิธีทำให้เนื้อปลายังคงความสดและไม่มีกลิ่นคาว แม้ในตอนนั้นจะยั
18 กันยายน 2569
เรื่องราวของ “เจคอบ แอนสัน” วัย 31 ปี เจ้าของร้านเบเกิล Brazen Bagels ที่เปิดขายในโชว์รูมรถ เมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน จนสามารถสร้างรายได้ปีละ 200,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6.4 ล้านบาท เจคอปเคยทำงานขายยางรถมือสองในบริษัทแห่งหนึ่ง เขารู้สึกหมดไฟในการทำงานจึงตัดสินใจลาออกในปี 2021 พร้อมกับมองหาอะไรใหม่ๆ ทำ จนได้เห็นวิดีโอร้านเบเกิลแห่งหนึ่งในนิวยอร์กที่มีคนต่อคิวยาว เขาจึงเริ่มทำเบเกิลสไตล์นิวยอร์กในครัวที่บ้าน ซึ่งใช้เวลาฝึกฝนและทดลองสูตรนานถึง 4 เดือน ขณะเดียวกันก็ทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหารเพื่อหารายได้ประคองตัวไปด้วย “เป็นเวลาหลายเดือนที่ผมไม่ได้นั่งพักเลย ไม่ได้หยุดอบขนม ถ้าผมเหนื่อยหรือรู้สึกไม่ค่อยอยากทำ ผมก็จะโยนทุกอย่างลงในเครื่องผสมแล้วคิดว่า ผมจะไม่ทิ้งมันไปเปล่าๆ ลองทำซ้ำอีกครั้งดีกว่า” เจคอปเล่าเสริม หลังจากได้สูตรที่ลงตัว เจคอปเลือกเปิดร้าน Brazen Bagels ในโซเชียลมีเดียอย่างอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 พร้อมกับใช้บัตรเครดิตเต็มวงเงินมาเป็นเงินทุนในการซื้อเตาอบกับเครื่องผสมแป้ง เขาตัดสินใจนำเบเกิลที่เหลือไปแจกตามร้านค้าในละแวกนั้น หนึ่งในนั้นคือร้านเบอร์เกอร์ฝั่
17 กันยายน 2569