ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งสงคราม การค้า และปัญหาสิ่งแวดล้อม ไทยและอาเซียนไม่ควรเป็นเพียงผู้ตั้งรับ แต่ต้องมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางและคว้าโอกาสใหม่ให้กับภูมิภาค
จึงเป็นที่มาของการจัดงานใหญ่ สัมมนาวิชาการเวทีการประชุมระดับภูมิภาคด้านการค้าและการพัฒนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2569 (Southeast Asia Trade and Development Forum 2026) ภายใต้แนวคิด “The Voice of ASEAN : Transforming Crises into Opportunities” เพื่อสร้างเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และกำหนดทิศทางการค้าและการพัฒนาของภูมิภาค ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก โดย สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD ในวันพุธที่ 23 กันยายน 2569 นี้ ณ โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok
โดยได้รับเกียรติจาก นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD, นายวิมล ปั้นคง
รองผู้อำนวยการ (วิชาการ) สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา และนางสาวสิริกาญจน์ ประเสริฐยิ่ง ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือระหว่างประเทศ ร่วมแถลงรายละเอียดการจัดงาน
นายสุภกิจ เปิดเผยว่า การจัดครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะเป็นมากกว่าเวทีสัมมนา แต่เป็น “พื้นที่กลางทางความคิดของภูมิภาค” ที่เชื่อมองค์ความรู้ระดับโลก เข้ากับโจทย์จริงของประเทศไทยและอาเซียน เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาส และเปลี่ยนเสียงจากทุกภาคส่วนให้กลายเป็นข้อเสนอที่สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้จริง
“องค์ความรู้และปัญญาร่วมที่เกิดขึ้นจากเวทีนี้ จะไม่สิ้นสุดลงพร้อมกับการประชุม แต่จะถูกสังเคราะห์ให้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีคุณภาพ เพื่อช่วยให้ประเทศไทยสามารถกำหนดทิศทางการค้า การลงทุน และการพัฒนาได้อย่างเท่าทันโลก สร้างโอกาสให้ภาคธุรกิจ และท้ายที่สุดคือนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม”
ไฮไลต์สำคัญของงานนี้ คือการรวบรวมผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ ผู้นำภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรระดับโลกมาอยู่ในที่เดียว ทั้ง World Bank , IMF, UN Trade and Development (UNCTAD), Harvard Kennedy School, JETRO รวมถึงภาครัฐและเอกชนของไทย มาร่วมวิเคราะห์โจทย์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนอนาคตของอาเซียน ตั้งแต่ความเปลี่ยนแปลงของระเบียบการค้าโลก ภูมิเศรษฐศาสตร์ ไปจนถึงโอกาสใหม่ๆ ของภูมิภาค
หัวใจสำคัญของ SEA Forum 2026 ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวที แต่จะนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และ Collective Wisdom จากผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาต่อยอดผ่านการหารือเชิงลึกระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และองค์กรระหว่างประเทศ ในประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ AI, Supply Chain และ Sustainability Challenges
นายสุภกิจ กล่าวต่อว่า ผลจากการหารือจะถูกสังเคราะห์และพัฒนาเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อสะท้อนมุมมองจากผู้ที่เกี่ยวข้องจริง และนำไปสู่แนวทางที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความยืดหยุ่นให้ภาคธุรกิจ และเตรียมประเทศไทยให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกในอนาคต
“แนวคิด The Voice of ASEAN ของงานนี้ จึงมุ่งสร้าง “เสียงร่วม” ของภูมิภาค เพื่อให้ประเทศไทยและอาเซียนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของโลก แต่สามารถร่วมกำหนดทิศทาง สร้างโอกาส และออกแบบอนาคตของภูมิภาคไปด้วยกัน” นายสุภกิจ กล่าวทิ้งท้าย
Tags